Peter Brandt นักเทรดระดับตำนานได้ออกมาแสดงมุมมองเชิงบวกต่อทิศทางของ Bitcoin โดยเชื่อว่าตลาดได้ผ่านจุดต่ำสุดของวัฏจักรไปเรียบร้อยแล้ว และกำลังก้าวเข้าสู่รอบขาขึ้นครั้งใหม่ที่แข็งแกร่งกว่าเดิม โดยเขาได้ปรับเพิ่มเป้าหมายราคา Bitcoin สำหรับช่วงปลายปี 2029 ขึ้นไปอยู่ในกรอบ 300,000 ถึง 600,000 ดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นการยกระดับจากคาดการณ์เดิมที่เคยประเมินไว้ในช่วง 250,000 ถึง 300,000 ดอลลาร์เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ทั้งนี้ Brandt ยังระบุว่ามีความเป็นไปได้สูงที่ Bitcoin จะสามารถทำราคาแตะระดับครึ่งล้านดอลลาร์ได้ในรอบนี้
การปรับฐานระยะสั้นและโอกาสในการเข้าสะสม
แม้จะมีมุมมองเชิงบวกในระยะยาว แต่ Brandt ก็ได้เตือนถึงความเสี่ยงของการปรับฐานราคาในระยะสั้น โดยเฉพาะในช่วงต้นเดือนตุลาคมที่อาจเห็นราคา Bitcoin ย่อตัวลงมาทดสอบแนวรับที่ระดับ 65,000 ถึง 66,000 ดอลลาร์ได้ เขาอธิบายว่าปัจจุบันมีนักลงทุนจำนวนมากที่ไล่ราคาเข้ามาในตลาดด้วยความตื่นเต้นหลังจากเห็นการฟื้นตัวที่แข็งแกร่ง ซึ่งการปรับฐานดังกล่าวจะเป็นการคัดกรองนักลงทุนที่เข้ามาเก็งกำไรระยะสั้นออกไป และเปิดโอกาสให้ผู้ที่รอจังหวะสามารถเข้าสะสม Bitcoin ในระดับราคาที่มีความเสี่ยงต่ำลงได้
ในเชิงกลยุทธ์การลงทุน Brandt เน้นย้ำว่าเขาไม่ได้ให้ความสำคัญกับการคาดการณ์ราคาในระยะสั้นมากนัก แต่จะมุ่งเน้นไปที่การระบุจุดเข้าซื้อที่มีความเสี่ยงที่วัดผลได้มากกว่า เขาเชื่อว่าตลาดมักจะสร้างเรื่องราวหรือ Narrative ขึ้นมาเพื่ออธิบายความเคลื่อนไหวของราคา ซึ่งบ่อยครั้งที่เรื่องราวเหล่านั้นมักจะคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง ดังนั้นเขาจึงเลือกที่จะให้ราคาเป็นตัวตัดสินทิศทางตลาดเพียงอย่างเดียว โดยใช้รูปแบบวัฏจักรในอดีตเป็นเครื่องมือในการประเมินจังหวะเวลาของตลาดมากกว่าการยึดติดกับข่าวสารรายวัน
ในส่วนของตลาด Altcoins โดยเฉพาะ XRP นั้น Brandt ได้แสดงทัศนะที่ค่อนข้างรุนแรงโดยเรียกมันว่าเป็น ‘เหรียญหลอกลวง’ (fool coin) เขาตั้งข้อสังเกตว่าการที่เหรียญใดเหรียญหนึ่งมีประโยชน์ในการทำธุรกรรมหรือมีการร่วมมือกับสถาบันการเงิน ไม่ได้หมายความว่าเหรียญนั้นจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นโดยอัตโนมัติเสมอไป เขาเปรียบเทียบว่าความสามารถในการทำธุรกรรมไม่ได้เป็นตัวการันตีมูลค่าที่แท้จริง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความระมัดระวังของเขาในการคัดเลือกสินทรัพย์ดิจิทัลเข้าพอร์ตการลงทุน
สำหรับภาพรวมของกระแสเงินทุนสถาบัน Brandt มองว่าการเติบโตของ Bitcoin ในรอบนี้มีปัจจัยหนุนจากโครงสร้างตลาดที่เปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ โดยเขายังคงรักษาสัดส่วนการลงทุนใน Bitcoin ไว้ที่ระดับ 70% ของพอร์ตที่จัดสรรไว้ เพื่อรอรับผลตอบแทนในช่วงขาขึ้นที่คาดว่าจะเร่งตัวขึ้นอย่างรุนแรงในช่วง 3-4 เดือนสุดท้ายก่อนถึงจุดสูงสุดของวัฏจักรในปี 2029 ซึ่งเป็นรูปแบบที่เคยเกิดขึ้นในอดีตและเขามองว่ามีโอกาสสูงที่จะเกิดขึ้นซ้ำอีกครั้ง
ในมุมของการประเมินความเสี่ยงและโครงสร้างตลาด นักลงทุนควรตระหนักว่าการคาดการณ์ราคาในระยะยาวเป็นเพียงการประเมินตามโมเดลทางเทคนิคเท่านั้น ไม่ใช่การการันตีผลตอบแทนแต่อย่างใด ปัจจัยความเสี่ยงที่สำคัญยังคงเป็นเรื่องของสภาวะเศรษฐกิจมหภาคและนโยบายการเงินที่อาจส่งผลกระทบต่อสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก ดังนั้นการบริหารจัดการความเสี่ยงและการไม่ไล่ราคาในจังหวะที่ตลาดมีความร้อนแรงเกินไป จึงเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้นักลงทุนสามารถรักษาเงินต้นและทำกำไรได้ในระยะยาวตามวัฏจักรของตลาดคริปโตเคอร์เรนซี