หน้าแรก คลังข่าว คลังความรู้ ข้อมูลตลาด & แดชบอร์ด คู่มือทำแอร์ดรอป
แชร์
วิเคราะห์ตลาด เศรษฐกิจมหภาคและดอกเบี้ย • 2 ตุลาคม 2569 • เวลาอ่าน 5 นาที

ตลาดแรงงานสหรัฐฯ ทรุดตัวเกินคาด! จ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มเพียง 2.9 หมื่นตำแหน่ง กดดัน Fed พิจารณาคงดอกเบี้ยท่ามกลางเงินเฟ้อสูง

ตลาดแรงงานสหรัฐฯ ทรุดตัวเกินคาด! จ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มเพียง 2.9 หมื่นตำแหน่ง กดดัน Fed พิจารณาคงดอกเบี้ยท่ามกลางเงินเฟ้อสูง
สรุปประเด็นสำคัญ

กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ รายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls) ประจำเดือนกันยายนเพิ่มขึ้นเพียง 29,000 ตำแหน่ง ซึ่งต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 90,000 ตำแหน่งอย่างมาก ขณะที่อัตราการว่างงานขยับขึ้นสู่ระดับ 4.2% ส่งผลให้สินทรัพย์เสี่ยงอย่าง Bitcoin และตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้นทันที

ปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญ ความอ่อนแอของตลาดแรงงานเริ่มปรากฏชัดเจนขึ้นจากการปรับทบทวนตัวเลขย้อนหลังของเดือนกรกฎาคมและสิงหาคมที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
สิ่งที่ต้องจับตา เพิ่มโอกาสให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อาจต้องชะลอการขึ้นดอกเบี้ยหรือคงอัตราดอกเบี้ยไว้เพื่อพยุงเศรษฐกิจ ส่งผลบวกต่อราคา Bitcoin และทองคำ
การจ้างงานนอกภาคเกษตร (กันยายน)
29,000
ต่ำกว่าคาดการณ์ที่ 90,000 ตำแหน่ง
อัตราการว่างงานสหรัฐฯ
4.2%
เพิ่มขึ้นจากเดือนสิงหาคมที่ระดับ 4.1%
อัตราค่าจ้างรายชั่วโมงเฉลี่ย (YoY)
3%
ชะลอตัวลงจากคาดการณ์ที่ 3.2%
ฟังเสียงอ่านข่าวนี้ 00:00 / --:--
คลิกเพื่อเปิดแถบควบคุมเสียงอ่านข่าวภาษาไทย

รายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls) ของสหรัฐฯ ประจำเดือนกันยายนสร้างความประหลาดใจให้กับตลาดการเงินทั่วโลก หลังมีการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานเพิ่มขึ้นเพียง 29,000 ตำแหน่ง ซึ่งถือว่าต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 90,000 ตำแหน่งอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ อัตราการว่างงานยังขยับตัวสูงขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 4.2% จากเดิมที่ตลาดคาดการณ์ว่าจะคงอยู่ที่ 4.1% สะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของตลาดแรงงานที่เริ่มส่งสัญญาณชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงเผชิญกับแรงกดดันรอบด้าน

การปรับทบทวนตัวเลขย้อนหลังและสัญญาณความอ่อนแอที่ซ่อนอยู่

นอกเหนือจากตัวเลขเดือนกันยายนที่ย่ำแย่แล้ว ข้อมูลย้อนหลังยังมีการปรับปรุงตัวเลข (Revision) ที่น่ากังวล โดยตัวเลขการจ้างงานในเดือนสิงหาคมถูกปรับลดลงจาก 162,000 ตำแหน่ง เหลือเพียง 133,000 ตำแหน่ง ขณะที่เดือนกรกฎาคมซึ่งเดิมรายงานว่ามีการจ้างงานเพิ่มขึ้น 21,000 ตำแหน่ง กลับถูกปรับลดลงจนกลายเป็นการเลิกจ้างสุทธิที่ 10,000 ตำแหน่งแทน การปรับลดตัวเลขย้อนหลังอย่างต่อเนื่องนี้ชี้ให้เห็นว่าสภาวะตลาดแรงงานที่แท้จริงในช่วงไตรมาสที่ผ่านมานั้นอ่อนแอกว่าที่รายงานเบื้องต้นระบุไว้มาก ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนต้องนำมาพิจารณาใหม่

ในส่วนของค่าจ้างแรงงานซึ่งเป็นหนึ่งในตัวขับเคลื่อนเงินเฟ้อ พบว่ารายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมงในเดือนกันยายนขยายตัวเพียง 0.1% เมื่อเทียบรายเดือน ซึ่งต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ที่ 0.3% และหากพิจารณาเป็นรายปี (Year-over-Year) ค่าจ้างขยายตัวที่ 3% ซึ่งต่ำกว่าระดับ 3.2% ที่นักวิเคราะห์ประเมินไว้ ข้อมูลส่วนนี้ช่วยลดความกังวลเรื่องแรงกดดันเงินเฟ้อที่เกิดจากฝั่งค่าจ้าง (Wage-Push Inflation) และอาจเป็นปัจจัยเสริมที่ทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) มีความมั่นใจมากขึ้นในการพิจารณาผ่อนคลายนโยบายการเงินในระยะถัดไป แม้ว่าระดับเงินเฟ้อทั่วไปจะยังคงอยู่ในระดับที่สูงกว่าเป้าหมายก็ตาม

ปฏิกิริยาของตลาดสินทรัพย์เสี่ยงและพันธบัตร

ทันทีที่รายงานฉบับนี้ถูกเผยแพร่ออกมา ราคา Bitcoin ปรับตัวเพิ่มขึ้นทันทีมากกว่า 2% ภายในรอบ 24 ชั่วโมง โดยเคลื่อนไหวอยู่ต่ำกว่าระดับ $87,000 เพียงเล็กน้อย ขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ก็ขานรับในเชิงบวกเช่นกัน โดยดัชนี Nasdaq Futures พุ่งขึ้น 1.2% เนื่องจากนักลงทุนมองว่าตัวเลขเศรษฐกิจที่อ่อนแอจะเป็นแรงบีบให้ Fed ไม่สามารถปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยได้อีก และอาจต้องพิจารณาคงอัตราดอกเบี้ยไว้เพื่อป้องกันไม่ให้เศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะถดถอย ซึ่งสภาพคล่องที่คาดว่าจะยังคงอยู่ในระบบเป็นปัจจัยหนุนโดยตรงต่อสินทรัพย์เสี่ยง

ในตลาดตราสารหนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Treasury Yield) อายุ 10 ปี ร่วงลงถึง 7 basis points มาอยู่ที่ระดับ 5.17% และอายุ 2 ปี ปรับตัวลดลงในทิศทางเดียวกันมาอยู่ที่ 4.71% สะท้อนถึงการคาดการณ์ของตลาดว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายในอนาคตมีแนวโน้มลดลง ขณะที่ดัชนีค่าเงินดอลลาร์ (DXY) อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักอื่นๆ ส่งผลให้ราคาทองคำพุ่งสูงขึ้นมากกว่า 1% การเคลื่อนไหวของราคาสินทรัพย์เหล่านี้แสดงให้เห็นถึงการปรับพอร์ตการลงทุนขนานใหญ่เพื่อรับมือกับทิศทางนโยบายการเงินที่อาจเปลี่ยนไปจากเดิม

เมื่อมองภาพรวมในระยะกลางถึงระยะยาว ข้อมูลตลาดแรงงานที่อ่อนแรงลงนี้กลายเป็นดาบสองคมที่นักลงทุนต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด แม้ในระยะสั้นจะเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยหนุนราคาสินทรัพย์จากการคาดการณ์เรื่องดอกเบี้ย แต่หากตัวเลขการจ้างงานยังคงถดถอยต่อเนื่องจนนำไปสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย (Recession) อย่างเต็มตัว ความต้องการสินทรัพย์เสี่ยงอาจถูกกระทบจากผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนที่แย่ลงได้ ดังนั้น ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามต่อจากนี้คือการประชุมของ Fed ในรอบถัดไป และรายงานตัวเลขเงินเฟ้อที่จะเป็นตัวตัดสินว่าธนาคารกลางจะเลือกให้น้ำหนักกับการพยุงการจ้างงานหรือการปราบเงินเฟ้อมากกว่ากัน

ข้อมูลและเอกสารต้นทาง: U.S. Bureau of Labor Statistics Nonfarm Payrolls Report (September) ดูข้อมูลต้นทาง ↗
เนื้อหาในบทความนี้จัดทำขึ้นโดยกองบรรณาธิการ BlockBrief เพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูล ข่าวสาร และบทวิเคราะห์เท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการเงิน การลงทุน หรือการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลแต่ประการใด สินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและใช้วิจารณญาณอย่างรอบคอบก่อนการตัดสินใจลงทุน