หน้าแรก ราคาคริปโต แอร์ดรอปคริปโต คลังข่าวทั้งหมด | กระแสเงินทุนสถาบัน เศรษฐกิจและดอกเบี้ย เทคโนโลยีบล็อกเชน กฎหมายและ ก.ล.ต.
แชร์ X แชร์ Facebook แชร์ LINE
รายงานพิเศษ กระแสเงินทุนสถาบัน • 26 กันยายน 2569 • เวลาอ่าน 5 นาที

นักวิเคราะห์ชี้ดีลความร่วมมือ 5 ปีกับ Binance ช่วยหนุน Circle (USDC) เร่งชิงส่วนแบ่งตลาด Stablecoin จาก Tether

นักวิเคราะห์ชี้ดีลความร่วมมือ 5 ปีกับ Binance ช่วยหนุน Circle (USDC) เร่งชิงส่วนแบ่งตลาด Stablecoin จาก Tether
Jeremy Allaire ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Circle ผู้ออกเหรียญดอลลาร์ดิจิทัล USDC ภาพประกอบข่าว BlockBrief
สรุปประเด็นสำคัญ ข้อมูลตรวจสอบแล้ว

นักวิเคราะห์ระบุกับสำนักข่าว CoinDesk ว่าข้อตกลงความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระยะเวลา 5 ปีระหว่าง Binance และบริษัท Circle ของซีอีโอ Jeremy Allaire จะช่วยผลักดันการใช้งานเหรียญ USDC ในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ทั่วโลก แม้ความได้เปรียบด้านสภาพคล่องของ Tether (USDT) ยังคงเป็นกำแพงสำคัญในระยะสั้น

ฟังเสียงอ่านข่าวนี้ 00:00 / --:--
ระบบอ่านออกเสียงภาษาไทยฉบับเต็ม (คลิกเพื่อเปิดแถบควบคุมเสียงและเวลา)

นักวิเคราะห์เปิดเผยกับสำนักข่าว CoinDesk ว่า ข้อตกลงความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระยะเวลา 5 ปีระหว่างกระดานเทรดสินทรัพย์ดิจิทัลอันดับหนึ่งของโลกอย่าง Binance และบริษัท Circle Internet Financial ผู้ออกเหรียญดอลลาร์ดิจิทัล USDC ภายใต้การนำของซีอีโอ Jeremy Allaire จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยให้เหรียญ USDC สามารถขยายฐานผู้ใช้งานเข้าสู่กลุ่มตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) และท้าชิงส่วนแบ่งตลาดจากผู้นำอย่าง Tether (USDT) ได้อย่างมีนัยสำคัญ

ภายใต้ข้อตกลงระยะยาวดังกล่าว Binance จะนำเหรียญ USDC เข้ามาผสานในผลิตภัณฑ์หลักของแพลตฟอร์มอย่างครบวงจร ทั้งการเพิ่มคู่ซื้อขายในตลาด Spot และตลาดอนุพันธ์ (Perpetual Futures) การจัดโปรโมชันลดค่าธรรมเนียมสำหรับการเทรดด้วยคู่เหรียญ USDC ตลอดจนการนำ USDC ไปใช้ในระบบชำระเงินและการออมผลตอบแทนบนแพลตฟอร์ม ซึ่งช่วยให้ Circle สามารถเข้าถึงฐานผู้ใช้งานรายย่อยและนักลงทุนสถาบันกว่า 240 ล้านบัญชีทั่วโลกของ Binance ได้โดยตรง

กลยุทธ์ของ Jeremy Allaire และความได้เปรียบด้านกฎระเบียบของ USDC

ตลอดช่วงที่ผ่านมา Jeremy Allaire ซีอีโอของ Circle ได้วางตำแหน่งให้เหรียญ USDC เป็นดอลลาร์ดิจิทัลที่ปฏิบัติตามกรอบกฎหมายการเงินสากลอย่างเคร่งครัด โดยมีสินทรัพย์สำรองเป็นเงินสดและพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ระยะสั้นที่ตรวจสอบได้ทั้งหมด 100% การจับมือกับ Binance ในครั้งนี้จึงเป็นการผสานจุดแข็งด้านความโปร่งใสทางกฎหมายของ Circle เข้ากับสภาพคล่องและเครือข่ายผู้ใช้งานขนาดมหึมาของ Binance

นอกจากนี้ การเคลื่อนไหวดังกล่าวยังสอดคล้องกับทิศทางของกระดานเทรดชั้นนำทั่วโลกที่ต้องปรับตัวรับมือกับกฎหมายกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลที่เข้มงวดขึ้น โดยเฉพาะกรอบกฎหมาย MiCA (Markets in Crypto-Assets) ของสหภาพยุโรปและมาตรฐานการกำกับดูแล Stablecoin ในภูมิภาคเอเชียและตะวันออกกลาง ซึ่งกำหนดให้ผู้ให้บริการกระดานเทรดต้องสนับสนุนเหรียญ Stablecoin ที่ได้รับใบอนุญาตอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

กำแพงสภาพคล่องของ Tether (USDT) และแนวโน้มการแข่งขันที่ต้องจับตา

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ประเมินว่าแม้ดีลความร่วมมือระยะเวลา 5 ปีกับ Binance จะช่วยเร่งอัตราการเติบโตของอุปทานหมุนเวียน (Circulating Supply) และปริมาณการซื้อขายรายวันของเหรียญ USDC ให้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ความได้เปรียบด้านสภาพคล่อง (Liquidity Network Effect) ที่ฝังรากลึกของ Tether (USDT) ทั้งในตลาดซื้อขายคริปโตและการใช้โอนเงินข้ามพรมแดนในประเทศกำลังพัฒนายังคงเป็นกำแพงขนาดใหญ่ที่ยากจะโค่นล้มในระยะสั้น

สำหรับสิ่งที่นักลงทุนและผู้ติดตามตลาดต้องจับตาต่อจากนี้ คือสัดส่วนปริมาณการซื้อขายคู่เหรียญ USDC บนกระดาน Binance ว่าจะสามารถดึงดูดเทรดเดอร์รายใหญ่และผู้ดูแลสภาพคล่อง (Market Makers) ให้สลับจากคู่เทรด USDT มาใช้ USDC ได้มากน้อยเพียงใด รวมถึงการนำเงินสำรองของบริหารจัดการภายใต้ข้อตกลงนี้ที่จะสะท้อนถึงทิศทางการแข่งขันในตลาด Stablecoin มูลค่ากว่า 2 แสนล้านดอลลาร์ในระยะยาว

ส่งต่อบทวิเคราะห์นี้ให้เพื่อนหรือกลุ่มลงทุน:
แหล่งข้อมูลอ้างอิง: CoinDesk เปิดดูเอกสารต้นฉบับ ↗
เนื้อหาในบทความนี้จัดทำขึ้นโดยกองบรรณาธิการ BlockBrief เพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูล ข่าวสาร และบทวิเคราะห์เท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการเงิน การลงทุน หรือการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลแต่ประการใด สินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและใช้วิจารณญาณอย่างรอบคอบก่อนการตัดสินใจลงทุน