หน้าแรก ราคาคริปโต แอร์ดรอปคริปโต คลังข่าวทั้งหมด | กระแสเงินทุนสถาบัน เศรษฐกิจและดอกเบี้ย เทคโนโลยีบล็อกเชน กฎหมายและ ก.ล.ต.
แชร์ X แชร์ Facebook แชร์ LINE
รายงานพิเศษ เศรษฐกิจมหภาคและดอกเบี้ย • 26 กันยายน 2569 • เวลาอ่าน 4 นาที

Bitcoin ร่วงหลุด $84,000 หลังบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 19 ปี กดดันสินทรัพย์เสี่ยงทั่วกระดาน

Bitcoin ร่วงหลุด $84,000 หลังบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 19 ปี กดดันสินทรัพย์เสี่ยงทั่วกระดาน
ราคา Bitcoin ปรับตัวลดลงท่ามกลางแรงกดดันจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่พุ่งสูงขึ้น ภาพประกอบข่าว BlockBrief
สรุปประเด็นสำคัญ ข้อมูลตรวจสอบแล้ว

Bitcoin ร่วงลงแตะระดับ 83,200 ดอลลาร์ หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี พุ่งแตะ 5.13% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2007 ขณะที่ตลาดคาดการณ์โอกาสกว่า 75.3% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนตุลาคมนี้

ฟังเสียงอ่านข่าวนี้ 00:00 / --:--
ระบบอ่านออกเสียงภาษาไทยฉบับเต็ม (คลิกเพื่อเปิดแถบควบคุมเสียงและเวลา)

ราคา Bitcoin เผชิญกับแรงเทขายอย่างหนักในช่วงการซื้อขายของตลาดเอเชียเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยระดับราคาได้ร่วงลงไปแตะจุดต่ำสุดที่ 83,200 ดอลลาร์ หลังจากที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี พุ่งสูงขึ้นสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2007 เป็นต้นมา การปรับตัวลดลงครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ราคา Bitcoin พยายามยืนเหนือระดับ 84,000 ดอลลาร์ แต่ไม่สามารถต้านทานแรงกดดันจากปัจจัยมหภาคได้ โดยเฉพาะการพุ่งขึ้นของบอนด์ยีลด์ที่ปิดตลาดวันพุธที่ระดับ 5.11% เพิ่มขึ้นจาก 4.96% ในวันก่อนหน้า และยังคงทะยานต่อเนื่องไปแตะระดับ 5.13% ในระหว่างวัน ซึ่งสะท้อนถึงความกังวลของนักลงทุนต่อทิศทางนโยบายการเงินของสหรัฐฯ อย่างชัดเจน

สาเหตุหลักของการเทขายพันธบัตรจนทำให้อัตราผลตอบแทนพุ่งสูงขึ้นนั้น ทาง CME Group ระบุว่าส่วนหนึ่งมาจากข้อมูลภาคธุรกิจของสหรัฐฯ ที่ออกมาแข็งแกร่งเกินคาด ประกอบกับราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นซึ่งเป็นปัจจัยเร่งเงินเฟ้อ โดย James Stanley นักวิเคราะห์อาวุโสจาก FOREX.com ให้ความเห็นว่าแม้ Bitcoin จะมีความแข็งแกร่งในช่วงก่อนหน้าท่ามกลางดอลลาร์ที่แข็งค่า แต่อัตราดอกเบี้ยที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเริ่มส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ โดยเขามองว่าระดับราคาที่ 82,833 ดอลลาร์จะเป็นแนวรับสำคัญถัดไปที่ต้องจับตามองหากการปรับฐานครั้งนี้ยังคงดำเนินต่อไปอย่างรุนแรงและไม่มีแรงซื้อกลับที่ชัดเจนในระยะสั้นนี้

เจาะลึกกลไกบอนด์ยีลด์และผลกระทบต่อต้นทุนทางการเงิน การพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ส่งผลโดยตรงต่อการประเมินมูลค่าสินทรัพย์เสี่ยงเนื่องจากพันธบัตรถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีความเสี่ยง เมื่อผลตอบแทนส่วนนี้สูงขึ้น นักลงทุนจึงมีแนวโน้มที่จะโยกย้ายเงินทุนออกจากสินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูงอย่าง Bitcoin เพื่อไปรับผลตอบแทนที่แน่นอนและสูงกว่าในตลาดหนี้ นอกจากนี้ การที่กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศแผนรับซื้อคืนพันธบัตรระยะยาวมูลค่ารวมกว่า 6,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อเสริมสภาพคล่องในตลาดหนี้ระยะ 20 ถึง 30 ปี ยังเป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงความพยายามในการจัดการโครงสร้างหนี้ท่ามกลางสภาวะตลาดที่ตึงตัวอย่างมากในปัจจุบัน

ในเชิงโครงสร้างทางการเงิน การเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ยนโยบายและบอนด์ยีลด์ยังส่งผลกระทบต่อต้นทุนการกู้ยืมทั่วโลก ซึ่งรวมถึงนักลงทุนสถาบันที่ใช้กลยุทธ์การกู้ยืมเงินดอลลาร์มาเพื่อเก็งกำไรในสินทรัพย์ดิจิทัลหรือที่เรียกว่า Leveraged Trades เมื่อต้นทุนทางการเงินสูงขึ้น แรงจูงใจในการถือครองสถานะ Long ใน Bitcoin จึงลดลงตามไปด้วย Bas Kooijman ซีอีโอของ DHF Capital วิเคราะห์ว่ากิจกรรมทางธุรกิจที่แข็งแกร่งและราคาพลังงานที่ทรงตัวในระดับสูง ได้กลายเป็นแรงผลักดันให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด มีความจำเป็นต้องใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดต่อไปเพื่อควบคุมเงินเฟ้อให้เข้าสู่กรอบเป้าหมายที่วางไว้

วิเคราะห์โอกาสการขึ้นดอกเบี้ยและทิศทางนโยบายเฟด ข้อมูลจากเครื่องมือ FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่าตลาดได้ปรับเพิ่มคาดการณ์โอกาสที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสู่ระดับ 4.00-4.25% ในการประชุมวันที่ 28 ตุลาคมนี้ โดยพุ่งขึ้นไปแตะระดับ 75.3% จากเดิมที่เคยคาดการณ์ไว้เพียง 55% ในช่วงก่อนหน้า การปรับตัวเลขคาดการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนเริ่มยอมรับความเป็นจริงที่ว่าดอกเบี้ยจะคงอยู่ในระดับสูงนานกว่าที่คาด ซึ่งเป็นปัจจัยลบโดยตรงต่อตลาดคริปโตเคอร์เรนซีในระยะสั้น หากข้อมูลตลาดแรงงานในอนาคตยังคงออกมาแข็งแกร่ง หรือมีสัญญาณสายเหยี่ยวจากเจ้าหน้าที่เฟดเพิ่มเติม ก็มีความเป็นไปได้สูงที่ดอลลาร์จะแข็งค่าขึ้นและกดดันราคา Bitcoin ให้ลงไปทดสอบแนวรับสำคัญอีกครั้ง

สถานการณ์ปัจจุบันชี้ให้เห็นว่า Bitcoin กำลังเผชิญกับบททดสอบสำคัญจากปัจจัยภายนอกที่ไม่ใช่เรื่องของปัจจัยพื้นฐานภายในเครือข่ายเอง แต่เป็นเรื่องของสภาพคล่องในระบบการเงินโลกที่กำลังถูกดึงกลับ การที่ราคาหลุดระดับ 84,000 ดอลลาร์ลงมานั้นสร้างความกังวลให้กับนักเทรดที่ใช้เลเวอเรจสูงซึ่งอาจถูกบังคับปิดสถานะหากราคาไหลลงไปถึงแนวรับที่ James Stanley ระบุไว้ นักลงทุนควรติดตามการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในช่วงสัปดาห์หน้าอย่างใกล้ชิด เพราะหากตัวเลขยังคงสะท้อนความร้อนแรงของเศรษฐกิจ โอกาสที่จะเห็นการปรับฐานลึกกว่าเดิมก็มีสูงขึ้นตามไปด้วย ท่ามกลางสภาวะตลาดที่ดอลลาร์ยังคงเป็นสินทรัพย์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในขณะนี้

ดัชนีราคา Bitcoin (BTC/USD) เรียลไทม์
ดูกราฟเทคนิค & คำนวณเงินบาท →
Bitcoin
Bitcoin BTC/USD
LIVE • UPDATING...
$--,--
≈ ฿--,--- | 24H H: $-- • L: $--
24H PRICE TREND 24H: --%
-24 ชั่วโมง ปัจจุบัน (Real-Time)
ส่งต่อบทวิเคราะห์นี้ให้เพื่อนหรือกลุ่มลงทุน:
แหล่งข้อมูลอ้างอิง: Cointelegraph Markets & Bitcoin เปิดดูเอกสารต้นฉบับ ↗
เนื้อหาในบทความนี้จัดทำขึ้นโดยกองบรรณาธิการ BlockBrief เพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูล ข่าวสาร และบทวิเคราะห์เท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการเงิน การลงทุน หรือการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลแต่ประการใด สินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและใช้วิจารณญาณอย่างรอบคอบก่อนการตัดสินใจลงทุน