หน้าแรก ราคาคริปโต แอร์ดรอปคริปโต คลังข่าวทั้งหมด | กระแสเงินทุนสถาบัน เศรษฐกิจและดอกเบี้ย เทคโนโลยีบล็อกเชน กฎหมายและ ก.ล.ต.
แชร์ X แชร์ Facebook แชร์ LINE
บทวิเคราะห์เชิงลึก เทคโนโลยีบล็อกเชน • 27 กันยายน 2569 • เวลาอ่าน 5 นาที

THORChain ปฏิเสธคำขอ Bitget ในการสั่งระงับกระเป๋าแฮกเกอร์ ย้ำจุดยืนโปรโตคอลไร้ตัวกลาง

THORChain ปฏิเสธคำขอ Bitget ในการสั่งระงับกระเป๋าแฮกเกอร์ ย้ำจุดยืนโปรโตคอลไร้ตัวกลาง
เครือข่ายสภาพคล่องข้ามเชน THORChain ยืนยันหลักการทำงานแบบไร้ตัวกลาง หลังกระเป๋าที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์แฮก Bitget นำเหรียญ XRP มาแลกเป็น Bitcoin ภาพประกอบข่าว BlockBrief
สรุปประเด็นสำคัญ

โปรโตคอลแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ข้ามเชนแบบไร้ศูนย์กลาง THORChain ออกมาปฏิเสธข้อเรียกร้องของ เกรซี เฉิน ซีอีโอ Bitget ที่ขอให้ขึ้นบัญชีดำกระเป๋าเงินของแฮกเกอร์ โดยย้ำโครงสร้างเครือข่ายแบบไร้ตัวกลาง ขณะที่ข้อมูลบนเชนเผยกระเป๋าผู้โจมตียังคงทยอยนำเหรียญ XRP ที่ขโมยมาแลกเปลี่ยนเป็น Bitcoin อย่างต่อเนื่อง

ที่มาและปัจจัยสำคัญ THORChain ยืนยันว่าโปรโตคอลถูกออกแบบให้ทำงานแบบไร้ตัวกลาง (Permissionless) เช่นเดียวกับ Bitcoin ซึ่งไม่มีปุ่มหยุดหรือระบบแทรกแซงธุรกรรมรายบุคคล
ผลลัพธ์และนัยสำคัญ จุดชนวนข้อถกเถียงระดับอุตสาหกรรมระหว่างจุดยืนการต้านทานการเซ็นเซอร์ของ DeFi กับความรับผิดชอบในการสกัดกั้นการฟอกเงินจากการแฮก
ฟังเสียงอ่านข่าวนี้ 00:00 / --:--
คลิกเพื่อเปิดแถบควบคุมเสียงอ่านข่าวภาษาไทย

โปรโตคอลแลกเปลี่ยนสภาพคล่องข้ามบล็อกเชนแบบไร้ศูนย์กลางอย่าง THORChain ได้ออกมาปฏิเสธข้อเรียกร้องของ เกรซี เฉิน (Gracy Chen) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของกระดานเทรด Bitget ที่ต้องการให้ทางโปรโตคอลสั่งระงับหรือขึ้นบัญชีดำ (Blacklist) ที่อยู่กระเป๋าเงินซึ่งเชื่อมโยงกับเหตุการณ์แฮกสินทรัพย์บนแพลตฟอร์ม Bitget โดยทาง THORChain ได้อ้างอิงถึงหลักการออกแบบระบบแบบไร้ตัวกลางที่เปิดกว้างสำหรับทุกคน (Permissionless Design) ขณะที่กระเป๋าเงินซึ่งถูกขึ้นธงเตือนโดย Bitget ยังคงดำเนินการแลกเปลี่ยนเหรียญ XRP เป็น Bitcoin ผ่านเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง

จากข้อมูลการตรวจสอบธุรกรรมบนบล็อกเชนพบว่า เมื่อเวลา 03:14 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ ของวันที่ 27 กันยายน ได้มีธุรกรรมโอนเหรียญจำนวน 9,999 XRP จากที่อยู่กระเป๋าเงินที่อยู่ในรายชื่อเฝ้าระวังของ Bitget เข้าสู่ระบบของ THORChain เพื่อทำการสวอป (Swap) เปลี่ยนเป็นเหรียญ Bitcoin ได้สำเร็จ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นต่อเนื่องหลังจากที่ก่อนหน้านี้ผู้โจมตีได้ทยอยย้ายเหรียญ XRP ที่ขโมยมาได้รวมกว่า 54 ล้านเหรียญ คิดเป็นมูลค่าราว 83 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ออกจากกระเป๋าต้นทางโดยที่บริษัทผู้ออกเหรียญอย่าง Ripple ไม่สามารถสั่งอายัดได้เนื่องจากโครงสร้างของเครือข่าย XRP Ledger

ปะทะทางความคิดระหว่างหลักการไร้ตัวกลางของ DeFi กับการสกัดกั้นอาชญากรรมไซเบอร์

การปฏิเสธคำขอในการบล็อกกระเป๋าแฮกเกอร์ของ THORChain ได้จุดชนวนให้เกิดการถกเถียงอย่างเผ็ดร้อนในหมู่ผู้นำอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล โดยทางทีมงานและผู้สนับสนุนของ THORChain ได้เปรียบเทียบการทำงานของโปรโตคอลตนเองว่ามีความเป็นกลางทางเทคโนโลยีเทียบเท่ากับเครือข่าย Bitcoin ที่ผู้ตรวจสอบธุรกรรม (Validators) มีหน้าที่เพียงประมวลผลคำสั่งตามกฎฉันทามติของโค้ดโดยไม่ตรวจสอบตัวตนหรือคัดกรองที่มาของเหรียญ

ในอีกด้านหนึ่ง สตาร์ ซู (Star Xu) ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของกระดานเทรดยักษ์ใหญ่อย่าง OKX ได้ออกมาท้าทายและโต้แย้งการที่ THORChain นำตนเองไปเปรียบเทียบกับเครือข่าย Bitcoin โดยชี้ให้เห็นว่าผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินไม่ควรเพิกเฉยต่อการปฏิบัติตามเกณฑ์ป้องกันการฟอกเงินและการสกัดกั้นเงินทุนที่ได้มาจากการโจรกรรมทางไซเบอร์ ข้อโต้แย้งดังกล่าวสะท้อนถึงแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นต่อโปรโตคอล DeFi ข้ามเชน ซึ่งมักถูกกลุ่มแฮกเกอร์ใช้เป็นช่องทางหลักในการแปลงเหรียญที่ขโมยมาไปเป็นสินทรัพย์หลักอย่าง Bitcoin หรือ Ether

ผลกระทบต่อโปรโตคอล Cross-Chain และความเสี่ยงด้านกฎระเบียบที่ต้องจับตา

ความขัดแย้งระหว่างกระดานเทรดแบบรวมศูนย์ (CEX) อย่าง Bitget และ OKX กับโปรโตคอลแบบไร้ศูนย์กลางอย่าง THORChain แสดงให้เห็นถึงรอยร้าวเชิงโครงสร้างในระบบนิเวศคริปโตยุคปัจจุบัน ในขณะที่แพลตฟอร์มรวมศูนย์ต้องปฏิบัติตามกฎหมายกำกับดูแลและมาตรการคว่ำบาตรทางการเงินอย่างเคร่งครัดเพื่อรักษาใบอนุญาตในการดำเนินธุรกิจ โปรโตคอลแลกเปลี่ยนข้ามเชนกลับชูจุดขายด้านการต้านทานการเซ็นเซอร์ (Censorship Resistance) เป็นหัวใจสำคัญในการดึงดูดสภาพคล่อง

สำหรับการประเมินความเสี่ยงในระยะถัดไป นักวิเคราะห์ด้านกฎหมายและการกำกับดูแลเตือนว่า การที่โปรโตคอลข้ามเชนปฏิเสธการติดตั้งระบบคัดกรองที่อยู่กระเป๋าเงินที่เกี่ยวข้องกับการแฮกมูลค่าหลายสิบล้านดอลลาร์ อาจดึงดูดให้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายระดับสหพันธรัฐและหน่วยงานกำกับดูแลระหว่างประเทศเข้ามาตรวจสอบผู้ดูแลโหนดและผู้พัฒนาส่วนหน้าของเว็บไซต์ (Frontend Operators) อย่างเข้มงวดยิ่งขึ้น นักลงทุนและผู้จัดหาสภาพคล่อง (Liquidity Providers) บนโปรโตคอลข้ามเชนจึงควรติดตามท่าทีของหน่วยงานกำกับดูแลต่อกรณีพิพาทครั้งนี้อย่างใกล้ชิด

ส่งต่อบทวิเคราะห์นี้ให้เพื่อนหรือกลุ่มลงทุน:
แหล่งข้อมูลอ้างอิง: The Defiant (DeFi & Airdrops) เปิดดูเอกสารต้นฉบับ ↗
เนื้อหาในบทความนี้จัดทำขึ้นโดยกองบรรณาธิการ BlockBrief เพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูล ข่าวสาร และบทวิเคราะห์เท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการเงิน การลงทุน หรือการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลแต่ประการใด สินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและใช้วิจารณญาณอย่างรอบคอบก่อนการตัดสินใจลงทุน