กองทุน Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐอเมริกาบันทึกกระแสเงินทุนไหลเข้าสุทธิ (Net Inflows) อยู่ที่ 191 ล้านดอลลาร์ในการซื้อขายเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ตามข้อมูลสถิติจากแพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูล SoSoValue แม้ว่าตัวเลขดังกล่าวจะเป็นการชะลอตัวลงติดต่อกันเป็นวันที่ 3 และลดลงราว 81% เมื่อเทียบกับยอดเงินไหลเข้าสูงสุดของสัปดาห์ที่ระดับ 999 ล้านดอลลาร์เมื่อวันจันทร์ แต่กระแสเงินทุนโดยรวมยังคงเป็นบวกติดต่อกันเป็นวันที่ 6 ส่งผลให้มียอดเงินไหลเข้าสะสมตลอดช่วง 6 วันทำการทะลุ 2.8 พันล้านดอลลาร์อย่างแข็งแกร่ง
แรงซื้อที่ต่อเนื่องตลอดสัปดาห์นี้ยังช่วยให้ยอดเงินไหลเข้าสุทธิสะสมตั้งแต่ต้นปี (Year-to-Date: YTD) ของกลุ่มกองทุน Spot Bitcoin ETF พลิกกลับมาเป็นบวกที่ระดับ 787 ล้านดอลลาร์ได้สำเร็จ หลังจากที่เคยเผชิญภาวะเงินไหลออกสะสมจนติดลบหนักถึง 5.5 พันล้านดอลลาร์ในช่วงปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ทั้งนี้ กองทุน iShares Bitcoin Trust (IBIT) ของ BlackRock ยังคงเป็นผู้นำหลักในการดึงดูดเม็ดเงินสถาบัน โดยมียอดเงินไหลเข้าสุทธิสูงถึง 163 ล้านดอลลาร์ในวันพฤหัสบดีเพียงกองทุนเดียว คิดเป็นสัดส่วนเกินกว่า 85% ของยอดเงินไหลเข้ารวมทั้งตลาดในวันดังกล่าว
เจาะลึกพลวัตเม็ดเงินสถาบันและสถิติเงินไหลเข้ารายเดือน
หากพิจารณาภาพรวมรายเดือนจากข้อมูลของ SoSoValue พบว่าตลอดเดือนกันยายนนี้ กองทุน Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ สามารถดึงดูดเม็ดเงินไหลเข้าสุทธิรวมกันได้แล้วถึง 2.56 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นแรงฟื้นตัวสำคัญหลังจากที่ในเดือนสิงหาคมมีตัวเลขการเคลื่อนไหวของเม็ดเงินอยู่ที่ 3.52 พันล้านดอลลาร์ การที่เม็ดเงินไหลเข้ารายวันชะลอตัวลงจากระดับเกือบ 1 พันล้านดอลลาร์ในวันจันทร์มาอยู่ที่ 191 ล้านดอลลาร์ในวันพฤหัสบดี เกิดขึ้นควบคู่กับการที่ราคา Bitcoin ย่อตัวลงหลังจากไม่สามารถยืนเหนือแนวต้านสำคัญบริเวณ 87,000 ดอลลาร์ได้ในช่วงกลางสัปดาห์
ในเชิงกลไกตลาด การที่ยอดเงินไหลเข้าสุทธิชะลอตัวลงแต่ยังไม่พลิกกลับเป็นเงินไหลออกสุทธิ (Net Outflows) สะท้อนถึงพฤติกรรมการจัดสรรพอร์ตของนักลงทุนสถาบันที่เน้นการทยอยสะสมเมื่อราคาอ่อนตัว (Buy on Dip) มากกว่าการไล่ราคาในจังหวะที่ตลาดพุ่งขึ้นแรง โครงสร้างของกองทุน Spot Bitcoin ETF กำหนดให้ผู้ดูแลสภาพคล่อง (Authorized Participants) ต้องเข้าซื้อเหรียญ Bitcoin จริงในตลาด Spot เพื่อหนุนหลังหน่วยลงทุนที่ออกใหม่ ดังนั้น ตราบใดที่ยอดสุทธิรายวันยังคงเป็นบวก กองทุน ETF ก็ยังคงทำหน้าที่เป็นแรงซื้อดูดซับอุปทานเหรียญในตลาดอย่างต่อเนื่อง
ปัจจัยเศรษฐกิจมหภาคและสิ่งที่นักลงทุนต้องจับตา
นักวิเคราะห์ตลาดประเมินว่าการชะลอตัวของแรงซื้อในช่วงปลายสัปดาห์ส่วนหนึ่งได้รับอิทธิพลจากปัจจัยเศรษฐกิจมหภาค โดยเฉพาะการปรับตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี (10-Year US Treasury Yield) ซึ่งมักสร้างแรงกดดันต่อสินทรัพย์เสี่ยงทุกประเภท อย่างไรก็ตาม การที่กองทุน IBIT ของ BlackRock ยังคงมีเม็ดเงินไหลเข้าสูงถึง 163 ล้านดอลลาร์ในวันที่ตลาดพักฐาน แสดงให้เห็นว่าความต้องการถือครอง Bitcoin ในฐานะสินทรัพย์ทางเลือกของกลุ่มสถาบันการเงินขนาดใหญ่ยังคงมีความเหนียวแน่น
ในระยะถัดไป นักลงทุนควรติดตามอย่างใกล้ชิดว่าสถิติเงินไหลเข้าสุทธิต่อเนื่อง 6 วันทำการของ Spot Bitcoin ETF จะสามารถรักษาโมเมนตัมต่อไปได้หรือไม่เมื่อเข้าสู่สัปดาห์สุดท้ายของเดือนกันยายน รวมถึงจับตาทิศทางอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และการทดสอบแนวต้าน 87,000 ดอลลาร์ของราคา Bitcoin หากกระแสเงินทุนไหลเข้ากองทุน IBIT และกองทุนพันธมิตรยังคงยืนแดนบวกได้อย่างต่อเนื่อง จะเป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญที่ช่วยจำกัดความเสี่ยงขาลงและหนุนโครงสร้างราคา Bitcoin ในไตรมาสที่ 4 ของปีนี้