หน้าแรก ราคาคริปโต แอร์ดรอปคริปโต คลังข่าวทั้งหมด | กระแสเงินทุนสถาบัน เศรษฐกิจและดอกเบี้ย เทคโนโลยีบล็อกเชน กฎหมายและ ก.ล.ต.
แชร์ X แชร์ Facebook แชร์ LINE
รายงานพิเศษ เทคโนโลยีบล็อกเชน • 26 กันยายน 2569 • เวลาอ่าน 4 นาที

Bitcoin อาจได้ฟีเจอร์ธุรกรรมส่วนตัวแบบ Zcash โดยไม่ต้องแก้กฎระดับโปรโตคอล

Bitcoin อาจได้ฟีเจอร์ธุรกรรมส่วนตัวแบบ Zcash โดยไม่ต้องแก้กฎระดับโปรโตคอล
นักวิจัยเปิดเผยแนวทางทำธุรกรรม Bitcoin แบบปกปิดข้อมูล (Shielded) ที่ทำงานเคียงข้างเครือข่ายหลัก ภาพประกอบข่าว BlockBrief
สรุปประเด็นสำคัญ ข้อมูลตรวจสอบแล้ว

ทีมวิจัยได้วางโครงสร้างการโอนเหรียญ Bitcoin แบบปกปิดข้อมูลความเป็นส่วนตัว (Shielded Privacy) ที่ทำงานคู่ขนานกับเครือข่ายหลักโดยใช้เทคโนโลยี zk-SNARKs แบบเดียวกับ Zcash แต่ปัจจุบันยังอยู่ระหว่างหาโซลูชันในการล็อกเหรียญ BTC จริงและปลดล็อกข้ามเครือข่ายได้อย่างปลอดภัยโดยไม่ต้องพึ่งพาตัวกลาง

ฟังเสียงอ่านข่าวนี้ 00:00 / --:--
ระบบอ่านออกเสียงภาษาไทยฉบับเต็ม (คลิกเพื่อเปิดแถบควบคุมเสียงและเวลา)

ทีมนักวิจัยด้านคริปโตกราฟีได้เปิดเผยพิมพ์เขียวของระบบการโอนเหรียญ Bitcoin แบบปกปิดข้อมูลส่วนตัว (Private Bitcoin-Denominated Transfers) ที่ออกแบบมาให้ทำงานคู่ขนานไปกับเครือข่ายหลักของ Bitcoin โดยไม่จำเป็นต้องแก้ไขกฎฉันทามติ (Consensus Rules) หรือทำ Hard Fork บนเชนหลัก อย่างไรก็ตาม โจทย์ใหญ่ที่สุดในขณะนี้คือระบบยังขาดกลไกแบบไร้ตัวกลาง (Trustless Bridge) ในการล็อกเหรียญ BTC จริงบนเชนหลักและปลดล็อกเหรียญกลับคืนอย่างสมบูรณ์

กลไกทางเทคนิคของธุรกรรมแบบ “Shielded” บนเครือข่ายคู่ขนาน

แนวคิดการทำธุรกรรมแบบปกปิดข้อมูล (Shielded Transactions) มีต้นแบบมาจากเครือข่าย Zcash ซึ่งใช้เทคโนโลยี Zero-Knowledge Proofs (zk-SNARKs) เพื่อซ่อนทั้งจำนวนเงินที่โอนและแอดเดรสของผู้รับไม่ให้ปรากฏต่อสาธารณะบนบล็อกเชน โดยทีมนักวิจัยเสนอให้สร้างเครือข่ายคู่ขนาน (Sidechain หรือ Layer-2) ที่ให้ผู้ใช้งานนำเหรียญ BTC ไปล็อกไว้ในระบบ จากนั้นจึงออกเหรียญตัวแทนที่สามารถโอนหากันแบบซ่อนข้อมูลด้วย zk-SNARKs ได้ทันทีโดยไม่ต้องแตะต้องโค้ดหลักของ Bitcoin

เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานของ Bitcoin เป็นระบบบัญชีแบบ UTXO ที่ออกแบบให้ทุกธุรกรรมตรวจสอบได้แบบสาธารณะและมีภาษาสคริปต์ที่จำกัดเพื่อรักษาความปลอดภัยสูงสุด การจะเชื่อมระบบ zk-SNARKs เข้ากับ Bitcoin โดยไม่ต้องอัปเกรดเครือข่ายหลัก (เช่น OP_CAT) จึงจำเป็นต้องพึ่งพากลไกการล็อกเหรียญ BTC ไว้ใน Vault หรือระบบสะพานเชื่อมข้ามเชน (Two-Way Peg) ซึ่งเป็นจุดที่นักพัฒนาต้องออกแบบให้รัดกุมที่สุดเพื่อไม่ให้เกิดความเสี่ยงจากการถูกโจมตี

ผลกระทบต่อผู้ใช้งานและสิ่งที่นักลงทุนต้องจับตา

หากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านความเป็นส่วนตัวนี้สามารถแก้โจทย์เรื่องการล็อกและปลดล็อกเหรียญ BTC แบบไร้ตัวกลางได้สำเร็จ ผู้ถือครอง Bitcoin จะสามารถทำธุรกรรมโดยไม่ต้องเปิดเผยยอดเงินคงเหลือในกระเป๋าหรือประวัติการโอนต่อสาธารณะ ซึ่งจะช่วยยกระดับการใช้งาน Bitcoin ในระดับสถาบันและภาคธุรกิจที่ไม่ต้องการให้คู่แข่งแกะรอยกระเป๋าเงิน On-Chain ได้ อย่างไรก็ตาม ฟีเจอร์ด้านความเป็นส่วนตัวระดับสูงมักเป็นประเด็นที่หน่วยงานกำกับดูแลด้านการป้องกันการฟอกเงิน (AML) จับตามองอย่างเข้มงวด

สำหรับนักลงทุนและผู้ติดตามเทคโนโลยีบล็อกเชน ประเด็นสำคัญที่ต้องจับตาต่อจากนี้คือความคืบหน้าของเทคโนโลยี BitVM และข้อเสนอการอัปเกรดบน Bitcoin ที่จะช่วยให้การล็อกเหรียญ BTC เข้าสู่ระบบ Layer-2 สามารถตรวจสอบด้วยหลักฐานทางคณิตศาสตร์ (Cryptographic Proofs) ได้โดยตรง ซึ่งหากทำได้สำเร็จจะถือเป็นก้าวสำคัญที่ปลดล็อกทั้งฟีเจอร์ Privacy และ Smart Contract บนเครือข่าย Bitcoin ไปพร้อมกัน

ดัชนีราคา Bitcoin (BTC/USD) เรียลไทม์
ดูกราฟเทคนิค & คำนวณเงินบาท →
Bitcoin
Bitcoin BTC/USD
LIVE • UPDATING...
$--,--
≈ ฿--,--- | 24H H: $-- • L: $--
24H PRICE TREND 24H: --%
-24 ชั่วโมง ปัจจุบัน (Real-Time)
ส่งต่อบทวิเคราะห์นี้ให้เพื่อนหรือกลุ่มลงทุน:
แหล่งข้อมูลอ้างอิง: CoinDesk เปิดดูเอกสารต้นฉบับ ↗
เนื้อหาในบทความนี้จัดทำขึ้นโดยกองบรรณาธิการ BlockBrief เพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูล ข่าวสาร และบทวิเคราะห์เท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการเงิน การลงทุน หรือการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลแต่ประการใด สินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและใช้วิจารณญาณอย่างรอบคอบก่อนการตัดสินใจลงทุน