ทีมวิศวกรรมระบบของ Jump Crypto ได้พัฒนา Firedancer ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์โหนดตรวจสอบธุรกรรม (Validator Client) รุ่นใหม่สำหรับเครือข่ายบล็อกเชน Solana โดยเขียนโค้ดขึ้นใหม่ทั้งหมดตั้งแต่ระดับโครงสร้างเครือข่ายด้วยภาษา C และ C++ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรับส่งข้อมูลและการประมวลผลธุรกรรมบนฮาร์ดแวร์มาตรฐาน โดยในการสาธิตและทดสอบภายใต้สภาพแวดล้อมควบคุม (Controlled Lab Environment) ระบบของ Firedancer ได้แสดงขีดความสามารถในการประมวลผลธุรกรรมได้มากกว่า 1,000,000 รายการต่อวินาที (1 Million TPS)
ในเชิงสถาปัตยกรรมความปลอดภัยของเครือข่ายบล็อกเชน เป้าหมายที่สำคัญที่สุดของ Firedancer คือการเปลี่ยนผ่านเครือข่าย Solana ให้เข้าสู่สถานะเครือข่ายที่มีความหลากหลายของซอฟต์แวร์โหนด (Client Diversity หรือ Multi-Client Network) เช่นเดียวกับเครือข่าย Ethereum เนื่องจากในอดีตโหนดผู้ตรวจสอบธุรกรรมของ Solana ต้องพึ่งพาซอฟต์แวร์ต้นฉบับที่เขียนด้วยภาษา Rust (ปัจจุบันคือ Agave Client โดย Anza) เพียงตระกูลเดียว ซึ่งทำให้หากเกิดบั๊กในระดับซอฟต์แวร์อาจกระทบต่อโหนดทั้งเครือข่ายพร้อมกัน การมีซอฟต์แวร์ที่เขียนขึ้นใหม่คนละภาษาจึงช่วยแยกความเสี่ยงเชิงโครงสร้างออกจากกันอย่างเด็ดขาด
ในการออกแบบเชิงวิศวกรรม Firedancer ใช้โครงสร้างแบบโมดูลแยกส่วนที่เรียกว่า Tile Architecture ซึ่งแบ่งงานย่อยแต่ละขั้นตอน เช่น การรับแพ็กเก็ตเครือข่าย (Networking) การตรวจสอบลายเซ็นดิจิทัล (Signature Verification) และการประมวลผลรายการธุรกรรม ให้ทำงานแยกกันบนแต่ละแกนประมวลผลของซีพียู (CPU Core) เพื่อลดปัญหาคอขวดของการแย่งทรัพยากรในระบบ
สำหรับการนำไปใช้งานจริงบนเครือข่ายหลัก (Solana Mainnet) ทีมพัฒนาได้ใช้แนวทางการทยอยเปิดตัวเป็นระยะ โดยเริ่มจากการเปิดใช้งานรุ่นไฮบริดที่เรียกว่า Frankendancer ซึ่งนำระบบเครือข่ายและการผลิตบล็อกของ Firedancer มารวมกับเอนจินประมวลผลของ Agave ก่อนจะขยายไปสู่การใช้งานซอฟต์แวร์ Firedancer ตัวเต็มบนเครือข่าย Mainnet โดยมีสัดส่วนผู้ดูแลโหนด (Validators) บนเครือข่าย Solana ทยอยนำไปติดตั้งใช้งานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง