หน้าแรก คลังข่าว คลังความรู้ ข้อมูลตลาด & แดชบอร์ด คู่มือทำแอร์ดรอป
แชร์
เจาะลึกสถาบัน กระแสเงินทุนสถาบัน • 7 ตุลาคม 2569 • เวลาอ่าน 4 นาที

Binance ยกระดับบริการ Margin ขยายขอบเขตรับหลักประกันเพิ่มหุ้น JPMorgan และ Eli Lilly

Binance ยกระดับบริการ Margin ขยายขอบเขตรับหลักประกันเพิ่มหุ้น JPMorgan และ Eli Lilly
สรุปประเด็นสำคัญ

Binance ประกาศเพิ่มสินทรัพย์อ้างอิงหุ้น (Equity-linked tokens) จำนวน 4 รายการ เข้าสู่รายการหลักประกันสำหรับบริการ Margin เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นให้แก่ผู้ใช้งาน โดยมี JPMorgan และ Eli Lilly รวมอยู่ในกลุ่มสินทรัพย์ใหม่นี้ด้วย

การขยายขอบเขตหลักประกัน เพื่อเพิ่มสภาพคล่องและทางเลือกในการวางหลักประกันให้ครอบคลุมสินทรัพย์จากโลกการเงินดั้งเดิมมากขึ้น
ผลกระทบต่อผู้ใช้งาน ช่วยให้ผู้เทรดสามารถบริหารจัดการพอร์ตการลงทุนแบบผสมผสานระหว่างคริปโตและหุ้นได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
อัตราหลักประกัน (Collateral Ratio)
50%
สำหรับ Cross Margin และ Portfolio Margin
จำนวนสินทรัพย์ใหม่
4 รายการ
หุ้นอ้างอิงที่เพิ่มเข้ามาในระบบ
ฟังเสียงอ่านข่าวนี้ 00:00 / --:--
คลิกเพื่อเปิดแถบควบคุมเสียงอ่านข่าวภาษาไทย

Binance กระดานเทรดคริปโตเคอร์เรนซีระดับโลก ประกาศความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญในการเชื่อมโยงสินทรัพย์จากโลกการเงินดั้งเดิมเข้าสู่ระบบนิเวศของตน ด้วยการเพิ่มสินทรัพย์อ้างอิงหุ้น (Equity-linked tokens) จำนวน 4 รายการ เข้าเป็นส่วนหนึ่งของรายการหลักประกัน (Collateral) ในบริการ Margin ของแพลตฟอร์ม โดยความเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการดึงดูดนักลงทุนสถาบันและผู้ใช้งานที่ต้องการบริหารจัดการพอร์ตการลงทุนแบบผสมผสาน

สำหรับสินทรัพย์ที่ถูกเพิ่มเข้ามาในครั้งนี้ประกอบด้วยหุ้นชั้นนำระดับโลกอย่าง JPMorgan และ Eli Lilly ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถนำสินทรัพย์เหล่านี้มาใช้เป็นหลักประกันในการเปิดสถานะเทรดได้ โดย Binance ได้กำหนดอัตราส่วนหลักประกัน (Collateral Ratio) ไว้ที่ 50% สำหรับทั้งบริการ Cross Margin และ Portfolio Margin เพื่อรักษาเสถียรภาพและความปลอดภัยของระบบการจัดการความเสี่ยงในภาพรวม

ภาพแสดงการเปิดตัวสัญญา Perpetual Future ของ Kalshi
ภาพแสดงการเปิดตัวสัญญา Perpetual Future ของ Kalshi ที่มา: The Defiant (DeFi & Airdrops)

การนำ Equity-linked tokens มาใช้เป็นหลักประกันถือเป็นก้าวสำคัญของโครงสร้างโปรโตคอลการเงินบน Binance โดยระบบจะคำนวณมูลค่าหลักประกันตามราคาอ้างอิงของหุ้นในตลาดจริง ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์ที่หลากหลายมากขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องขายสินทรัพย์เหล่านั้นเพื่อเปลี่ยนเป็น Stablecoin หรือเหรียญคริปโตก่อนนำมาวางเป็นหลักประกัน

นอกจากนี้ Binance ยังได้จัดเตรียมตารางการคำนวณหลักประกันแบบแยกส่วนสำหรับผู้ใช้งานในระดับ Portfolio Margin Pro ซึ่งเป็นกลุ่มนักลงทุนรายใหญ่ที่ต้องการความละเอียดในการบริหารจัดการความเสี่ยงที่ซับซ้อนกว่าปกติ โดยระบบนี้จะช่วยให้การจัดการ Margin มีความยืดหยุ่นและสอดคล้องกับสภาวะตลาดที่ผันผวนได้ดียิ่งขึ้น

การเพิ่มสินทรัพย์เหล่านี้เข้าสู่ระบบถือเป็นปัจจัยหนุนสำคัญที่ช่วยเพิ่มสภาพคล่องและทางเลือกให้กับผู้ใช้งานในตลาดคริปโต โดยเฉพาะกลุ่มที่ต้องการกระจายความเสี่ยงระหว่างสินทรัพย์ดิจิทัลและหุ้นในตลาด TradFi ภายใต้แพลตฟอร์มเดียว ซึ่งจะช่วยลดอุปสรรคในการเคลื่อนย้ายเงินทุนระหว่างสองโลกการเงินนี้ได้อย่างมีนัยสำคัญ

เมื่อมองภาพรวมในระยะกลางถึงระยะยาว ความเคลื่อนไหวของ Binance ในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มการหลอมรวมของสินทรัพย์ทางการเงินที่ชัดเจนขึ้น โดยนักลงทุนควรติดตามการประกาศเพิ่มสินทรัพย์ในอนาคตและตรวจสอบเงื่อนไขการคำนวณหลักประกันอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการถูกบังคับขาย (Liquidation) ในกรณีที่ราคาของสินทรัพย์อ้างอิงมีความผันผวนสูง

ข้อมูลและเอกสารต้นทาง: The Defiant ดูข้อมูลต้นทาง ↗
เนื้อหาในบทความนี้จัดทำขึ้นโดยกองบรรณาธิการ BlockBrief เพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูล ข่าวสาร และบทวิเคราะห์เท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการเงิน การลงทุน หรือการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลแต่ประการใด สินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและใช้วิจารณญาณอย่างรอบคอบก่อนการตัดสินใจลงทุน