Bitcoin เผชิญกับแรงเทขายในระยะสั้นหลังจากที่ราคาพยายามไต่ระดับขึ้นไปทดสอบแนวต้านสำคัญ โดยล่าสุดราคาได้ย่อตัวลงมาเคลื่อนไหวต่ำกว่าระดับ 86,000 ดอลลาร์ หลังจากที่ตลาดได้รับแรงหนุนชั่วคราวจากการประกาศตัวเลขดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ที่ออกมาต่ำกว่าคาดการณ์ อย่างไรก็ตาม ความตื่นเต้นดังกล่าวเริ่มจางหายไปเมื่อนักวิเคราะห์ในตลาดการเงินเริ่มตั้งข้อสังเกตถึงความผิดปกติของตัวเลขดังกล่าว
ข้อมูลจากสำนักวิเคราะห์เศรษฐกิจสหรัฐฯ (BEA) ระบุว่าดัชนี PCE ประจำเดือนสิงหาคมอยู่ที่ 3.4% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 3.7% แต่ประเด็นสำคัญที่ทำให้ตลาดเกิดความระมัดระวังคือการปรับเปลี่ยนระเบียบวิธีคำนวณใหม่ที่ครอบคลุมถึงหมวดการจัดการพอร์ตการลงทุน ซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์ และบริการทางกฎหมาย ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อการรายงานตัวเลขเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core PCE)
นักวิเคราะห์จาก The Kobeissi Letter ได้ออกมาให้ความเห็นผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า การปรับเปลี่ยนระเบียบวิธีคำนวณเพียงอย่างเดียวอาจส่งผลให้ตัวเลขเงินเฟ้อพื้นฐานลดลงได้ถึง 20 basis points นอกจากนี้ยังมีการปรับลดตัวเลขเงินเฟ้อของเดือนกรกฎาคมลงอีก 30 basis points ซึ่งทำให้ตลาดเริ่มมองว่าตัวเลขที่ประกาศออกมานั้นอาจไม่ได้สะท้อนความเป็นจริงของภาวะเงินเฟ้อในสหรัฐฯ ได้อย่างแม่นยำนัก ส่งผลให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงเริ่มสั่นคลอน
ผลกระทบต่อโครงสร้างตลาดและทิศทางดอกเบี้ยนโยบาย
ความเคลื่อนไหวของราคา Bitcoin ในขณะนี้มีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) โดยข้อมูลจาก CME FedWatch Tool ชี้ให้เห็นว่าตลาดเริ่มให้น้ำหนักกับการคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิมในการประชุมเดือนตุลาคมมากขึ้น แม้จะยังมีความคาดหวังเรื่องการปรับขึ้นดอกเบี้ยอยู่บ้างก็ตาม การที่ราคา Bitcoin ไม่สามารถทะลุผ่านแนวต้านสำคัญไปได้ สะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนยังคงมีความกังวลต่อความไม่แน่นอนของข้อมูลเศรษฐกิจมหภาค
ในเชิงเทคนิค ข้อมูลจาก Glassnode ชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างราคา Bitcoin และสถานะสัญญาฟิวเจอร์ส (Open Interest) ที่ลดลงเกือบ 20% จากจุดต่ำสุดในเดือนสิงหาคม ซึ่งถือเป็นสัญญาณบวกในแง่ของการลดความเสี่ยงจากการถูกบังคับขาย (Liquidation) อย่างไรก็ตาม การที่มีกลุ่มคำสั่งขายหนาแน่นในโซน 84,000 ถึง 85,000 ดอลลาร์ ยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญที่ขวางกั้นการฟื้นตัวของราคาในระยะสั้น
สิ่งที่นักลงทุนและผู้เล่นระดับสถาบันให้ความสำคัญเป็นลำดับถัดไปคือการประเมินความชัดเจนของข้อมูลเศรษฐกิจในรอบถัดไป เพื่อดูว่าแรงกดดันจากเงินเฟ้อที่แท้จริงจะส่งผลต่อการตัดสินใจของ Fed อย่างไร ความเสี่ยงที่สำคัญที่สุดในขณะนี้คือการที่ตลาดอาจต้องเผชิญกับความผันผวนสูงหากตัวเลขเศรษฐกิจในอนาคตถูกปรับแก้หรือมีทิศทางที่สวนทางกับความคาดหวังเดิม ซึ่งอาจนำไปสู่การปรับพอร์ตครั้งใหญ่ของนักลงทุนสถาบันที่ถือครอง Bitcoin อยู่ในปัจจุบัน