Saifedean Ammous นักเศรษฐศาสตร์ชื่อดังและผู้เขียนหนังสือ The Bitcoin Standard ได้ออกมาแสดงทัศนะถึงความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ของ Strategy Inc. ในการเป็นผู้นำด้านการถือครอง Bitcoin ในระดับองค์กร โดยเขาระบุว่าบริษัทอื่นที่พยายามดำเนินกลยุทธ์คลังสำรอง Bitcoin ในลักษณะเดียวกันนั้น จะต้องเผชิญกับความท้าทายอย่างหนักในการแข่งขันกับโมเดลของ Michael Saylor เนื่องจากความได้เปรียบในแง่ของขนาดสินทรัพย์และกระแสเงินสดที่แข็งแกร่ง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้บริษัทสามารถยืนหยัดได้อย่างมั่นคงแม้ในยามที่ตลาดมีความผันผวนสูง
จากรายงาน 8-K ล่าสุด Strategy Inc. ได้สร้างมาตรฐานใหม่ด้วยการถือครอง Bitcoin จำนวนมหาศาลถึง 847,666 BTC ซึ่งคิดเป็นมูลค่าการลงทุนรวมกว่า 6.39 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ความแข็งแกร่งนี้ไม่ได้มาจากเพียงแค่จำนวนเหรียญที่ถือครองเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการบริหารจัดการเงินสำรองที่เป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ จำนวน 5.02 พันล้านดอลลาร์ เพื่อใช้เป็นหลักประกันในการจ่ายเงินปันผลหุ้นบุริมสิทธิและชำระดอกเบี้ยเงินกู้ ซึ่งกลไกนี้ช่วยลดความเสี่ยงในการถูกบังคับขายสินทรัพย์ (Liquidation) ในช่วงที่ราคา Bitcoin ปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง
ในอดีตที่ผ่านมา โมเดลการเงินของ Strategy Inc. เคยถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดในช่วงที่ราคา Bitcoin ร่วงลงต่ำกว่าระดับ 60,000 ดอลลาร์ และราคาหุ้นบุริมสิทธิ STRC ซื้อขายต่ำกว่าราคาเป้าหมายที่ 100 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็วด้วยการเพิ่มอัตราเงินปันผลรายปีเป็น 12% พร้อมทั้งดำเนินการซื้อหุ้นคืนและสะสมเงินสดสำรองเพิ่มเติม ซึ่ง Ammous มองว่าแม้ในอนาคตจะเกิดการปรับฐานของราคา Bitcoin ที่รุนแรงกว่าเดิม แต่บริษัทก็ยังอยู่ในสถานะที่ปลอดภัยเนื่องจากมีสภาพคล่องเพียงพอที่จะรองรับภาระผูกพันทางการเงินทั้งหมด
ผลกระทบต่อโครงสร้างตลาดและมุมมองนักลงทุน
การเติบโตของ Strategy Inc. ส่งผลให้เกิดการตั้งคำถามถึงทิศทางของบริษัทจดทะเบียนอื่นๆ ที่อาจต้องการนำ Bitcoin เข้ามาเป็นสินทรัพย์สำรองในงบดุล Ammous เชื่อว่าธุรกิจที่มีกระแสเงินสดเป็นบวกสามารถนำเงินส่วนเกินมาจัดสรรใน Bitcoin ได้ในระยะยาว แต่เขาก็ยังย้ำเตือนนักลงทุนว่าการลงทุนผ่านหุ้นของบริษัทนั้นมีความเสี่ยงเฉพาะตัว และการถือครอง Bitcoin โดยตรงผ่าน Cold Wallet ยังคงเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับนักลงทุนรายย่อย
ในอีกด้านหนึ่ง นักวิเคราะห์ในอุตสาหกรรมชี้ให้เห็นว่าความสำเร็จของ Strategy Inc. อาจเป็นตัวเร่งให้ผู้จัดการสินทรัพย์รายใหญ่เริ่มหันมามอง Bitcoin ด้วยมุมมองที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะเมื่อความทรงจำเกี่ยวกับตลาดหมีในอดีตเริ่มจางหายไปและถูกแทนที่ด้วยความเชื่อมั่นในสินทรัพย์ดิจิทัล Ammous ยังได้คาดการณ์ถึงวัฏจักรราคาของ Bitcoin โดยมองว่าราคาอาจทำจุดสูงสุดใหม่ในปี 2029 และประเมินราคาเป้าหมายในปี 2030 ไว้ที่ประมาณ 200,000 ดอลลาร์ ตามแบบจำลอง Bitcoin Power-Law
ในขณะเดียวกัน การที่บริษัทต่างๆ เริ่มนำโมเดลการบริหารคลังสำรองแบบใหม่มาใช้ จะกลายเป็นปัจจัยหนุนสำคัญที่ทำให้โครงสร้างตลาดคริปโตมีความเป็นสถาบันมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ปัจจัยความเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวังยังคงเป็นเรื่องของความผันผวนในระยะสั้นและนโยบายการกำกับดูแลที่อาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ซึ่งนักลงทุนจำเป็นต้องพิจารณาถึงความแตกต่างระหว่างเงินสดที่จำเป็นสำหรับการดำเนินงานในแต่ละวัน กับเงินสำรองระยะยาวที่จัดสรรไว้ในสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างรอบคอบ