หน้าแรก คลังข่าว ปฏิทินเศรษฐกิจ คลังความรู้ ข้อมูลตลาด & แดชบอร์ด คู่มือทำแอร์ดรอป
แชร์
วิเคราะห์ข้อกฎหมาย กฎหมายและ ก.ล.ต. • 9 ตุลาคม 2569 • เวลาอ่าน 5 นาที

ศาลสหรัฐฯ สั่งจำคุกผู้ก่อตั้ง Empire Market 40 ปี พร้อมสั่งอายัด Bitcoin มูลค่ากว่า 100 ล้านดอลลาร์

ศาลสหรัฐฯ สั่งจำคุกผู้ก่อตั้ง Empire Market 40 ปี พร้อมสั่งอายัด Bitcoin มูลค่ากว่า 100 ล้านดอลลาร์
สรุปประเด็นสำคัญ

Raheim Hamilton ผู้ร่วมก่อตั้งตลาดมืด Empire Market ถูกตัดสินจำคุก 40 ปี และสั่งอายัด Bitcoin จำนวน 1,230 BTC มูลค่ากว่า 101 ล้านดอลลาร์ หลังพบความผิดฐานอำนวยความสะดวกในการซื้อขายยาเสพติดและข้อมูลที่ผิดกฎหมายมูลค่ารวมกว่า 430 ล้านดอลลาร์

ความผิดทางอาญา จำเลยร่วมกันบริหารแพลตฟอร์มที่อำนวยความสะดวกในการซื้อขายยาเสพติด ข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกขโมย และเครื่องมือแฮกเกอร์ผ่านระบบคริปโต
การปราบปรามอาชญากรรม สะท้อนถึงความเข้มงวดของทางการสหรัฐฯ ในการติดตามเส้นทางการเงินดิจิทัลและการทลายเครือข่ายฟอกเงินบน Dark Web
จำนวน Bitcoin ที่ถูกสั่งอายัด
1,230 BTC
มูลค่าประมาณ 101 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
มูลค่าธุรกรรมรวมบนแพลตฟอร์ม
$430M
จากการทำธุรกรรมกว่า 4 ล้านรายการ
บทลงโทษจำคุกสูงสุด
40 Years
พร้อมโทษปรับอีก 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
ฟังเสียงอ่านบทความ (TTS)
คลิกเพื่อเปิดแถบควบคุมเสียงอ่านข่าวภาษาไทย

ศาลรัฐบาลกลางในเมืองชิคาโกมีคำพิพากษาตัดสินจำคุก Raheim Hamilton วัย 30 ปี จากรัฐเวอร์จิเนีย เป็นเวลา 40 ปี ในข้อหาเป็นผู้ร่วมก่อตั้งและบริหารจัดการ Empire Market ซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดมืด (Dark Web) ที่ใหญ่ที่สุดในโลกในช่วงปี 2018 ถึง 2020 โดย Hamilton ตกลงที่จะส่งมอบ Bitcoin จำนวน 1,230 BTC หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 101 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯให้แก่ทางการเพื่อเป็นการชดใช้ความผิด นอกเหนือจากโทษจำคุกแล้ว เขายังถูกสั่งปรับเป็นเงินอีก 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และต้องสละสิทธิ์ในทรัพย์สินอื่นๆ รวมถึง Ethereum จำนวน 24.4 ETH และอสังหาริมทรัพย์อีก 3 แห่ง ตามรายงานจากสำนักงานอัยการสหรัฐฯ ประจำเขตอิลลินอยส์เหนือ

รายละเอียดของคดีระบุว่า Hamilton และผู้ร่วมขบวนการอย่าง Thomas Pavey วัย 41 ปี ได้ร่วมกันสร้างแพลตฟอร์มที่อำนวยความสะดวกในการซื้อขายสิ่งผิดกฎหมายมากกว่า 4 ล้านรายการ โดยมีมูลค่ารวมสูงถึง 430 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งในจำนวนนี้เป็นยอดขายยาเสพติดสูงถึง 375 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ นอกจากยาเสพติดแล้ว Empire Market ยังเป็นแหล่งซื้อขายข้อมูลบัญชีผู้ใช้ที่ถูกขโมย ข้อมูลส่วนบุคคล เงินปลอม และเครื่องมือสำหรับการแฮกข้อมูล ซึ่งสร้างความเสียหายเป็นวงกว้างต่อระบบความปลอดภัยทางไซเบอร์และเศรษฐกิจโดยรวมในช่วงที่เว็บไซต์ยังเปิดให้บริการ

กลไกการฟอกเงินและระบบนิเวศของ Empire Market

โครงสร้างการทำงานของ Empire Market ถูกออกแบบมาเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่รัฐโดยเฉพาะ โดยแพลตฟอร์มบังคับให้ลูกค้าต้องชำระเงินด้วยสกุลเงินดิจิทัลเท่านั้น และมีการสนับสนุนให้ผู้ใช้งานใช้บริการ Mixing Services เพื่ออำพรางเส้นทางการเคลื่อนย้ายเงินทุน (Obscure the movement of funds) กลไกดังกล่าวทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการผสมเหรียญจากหลายแหล่งที่มาเข้าด้วยกัน ทำให้ยากต่อการระบุตัวตนของผู้ส่งและผู้รับเงินในระบบ On-chain อย่างไรก็ตาม ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีการวิเคราะห์บล็อกเชน (Blockchain Forensics) ในปัจจุบันช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถแกะรอยเส้นทางที่ซับซ้อนเหล่านี้จนนำไปสู่การจับกุมได้ในที่สุด

ในส่วนของ Thomas Pavey ผู้ร่วมขบวนการอีกราย ได้ให้การรับสารภาพผิดไปก่อนหน้านี้ตั้งแต่ปีที่แล้ว โดยเขายินยอมที่จะส่งมอบ Bitcoin จำนวน 1,584 BTC ให้แก่รัฐบาล รวมถึงทรัพย์สินอื่นๆ เช่น ทองคำแท่งน้ำหนักรวม 25 ออนซ์ รถยนต์ 3 คัน และอสังหาริมทรัพย์ในรัฐฟลอริดาอีก 2 แห่ง ซึ่ง Pavey มีกำหนดจะเข้ารับการฟังคำพิพากษาโทษในช่วงปลายเดือนนี้ การร่วมมือของจำเลยและการตรวจยึดสินทรัพย์ดิจิทัลจำนวนมหาศาลนี้ถือเป็นหนึ่งในความสำเร็จครั้งใหญ่ของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ในการทลายโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินของอาชญากรไซเบอร์

ผลกระทบต่อภาพรวมตลาดและการกำกับดูแล

การตัดสินคดีนี้ส่งสัญญาณที่ชัดเจนไปยังกลุ่มผู้ไม่หวังดีในอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลว่า ความเป็นส่วนตัวบนบล็อกเชนไม่ได้หมายถึงการหลบหนีความผิดได้ตลอดไป การที่ทางการสามารถยึดคืน Bitcoin มูลค่ารวมกว่า 200 ล้านดอลลาร์จากผู้ก่อตั้งทั้งสองราย สะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในการจัดการกับคดีอาชญากรรมที่ใช้คริปโตเคอร์เรนซีเป็นเครื่องมือ นอกจากนี้ คดีดังกล่าวยังเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับการปราบปรามแพลตฟอร์มอื่นๆ เช่น Incognito Market และบริการ Helix ซึ่งแสดงให้เห็นถึงทิศทางการกำกับดูแลที่เข้มงวดขึ้นอย่างต่อเนื่องทั่วโลก

ในอีกด้านหนึ่ง นักวิเคราะห์ในอุตสาหกรรมชี้ให้เห็นว่า กรณีศึกษาของ Empire Market จะกลายเป็นบรรทัดฐานสำคัญในการผลักดันกฎระเบียบด้าน Stablecoin และบริการตัวกลางทางการเงินดิจิทัลให้มีความโปร่งใสมากขึ้น โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) ที่กำลังกลายเป็นสมรภูมิสำคัญในการทดสอบกฎเกณฑ์ใหม่ๆ เพื่อป้องกันการฟอกเงิน สิ่งที่นักลงทุนและผู้ประกอบการต้องติดตามต่อไปคือ ท่าทีของหน่วยงานกำกับดูแลต่อบริการที่เน้นความเป็นส่วนตัว (Privacy-focused services) ซึ่งอาจถูกเพ่งเล็งมากขึ้นท่ามกลางความพยายามในการสร้างระบบการเงินดิจิทัลที่ปลอดภัยและตรวจสอบได้

ข้อมูลราคาตลาดเรียลไทม์ Bitcoin (BTC/USD)
Bitcoin
Bitcoin BTC/USD
LIVE • UPDATING...
$84,250
≈ ฿2,864,500 · 24H: +1.42%
กรอบ 24 ชม.: สูงสุด $85,120 · ต่ำสุด $82,940
แนวโน้มราคา (24H)
ชี้เมาส์หรือแตะบนกราฟเพื่อดูราคาและปริมาณซื้อขาย
-24 ชั่วโมง ปัจจุบัน (Real-Time)
ข้อมูลและเอกสารต้นทาง: U.S. Department of Justice (Northern District of Illinois) ดูข้อมูลต้นทาง ↗
เนื้อหาในบทความนี้จัดทำขึ้นโดยกองบรรณาธิการ BlockBrief เพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูล ข่าวสาร และบทวิเคราะห์เท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการเงิน การลงทุน หรือการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลแต่ประการใด สินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและใช้วิจารณญาณอย่างรอบคอบก่อนการตัดสินใจลงทุน