ธนาคารกลางญี่ปุ่น (Bank of Japan: BOJ) เผยแพร่แถลงการณ์ผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (Monetary Policy Meeting) โดยมีมติเสียงข้างมาก 8 ต่อ 1 เสียง ให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายระยะสั้น (Uncollateralized Overnight Call Rate) จากระดับประมาณ 0.25% ขึ้นสู่ระดับประมาณ 0.50% ต่อปี ซึ่งถือเป็นระดับอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่สูงที่สุดของประเทศญี่ปุ่นในรอบ 17 ปี นับตั้งแต่ปี 2008 พร้อมกันนี้ คณะกรรมการยังคงยืนยันกรอบการปรับลดวงเงินการเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น (JGBs) ลงประมาณไตรมาสละ 4 แสนล้านเยนตามแผนที่วางไว้
คณะกรรมการธนาคารกลางญี่ปุ่นระบุเหตุผลในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยว่า กิจกรรมทางเศรษฐกิจและระดับราคาสินค้าในประเทศญี่ปุ่นเคลื่อนไหวสอดคล้องกับแนวโน้มที่ประเมินไว้ โดยมีปัจจัยหนุนจากการปรับขึ้นค่าจ้างแรงงานอย่างต่อเนื่องซึ่งช่วยให้เกิดวัฏจักรเชิงบวกระหว่างรายได้และอัตราเงินเฟ้อ อย่างไรก็ตาม BOJ ย้ำว่าแม้จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสู่ระดับ 0.50% แต่อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (Real Interest Rates) เมื่อหักลบอัตราเงินเฟ้อแล้วยังคงอยู่ในระดับติดลบ จึงยังถือเป็นภาวะการเงินที่ผ่อนคลายและสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ
ความเคลื่อนไหวของอัตราดอกเบี้ยญี่ปุ่นได้รับความสนใจจากนักลงทุนในตลาดคริปโตเคอร์เรนซีและตลาดหุ้นทั่วโลก เนื่องจากเงินเยนเป็นสกุลเงินหลักที่ใช้ในธุรกรรม Yen Carry Trade ซึ่งนักลงทุนสถาบันกู้ยืมเงินเยนที่มีดอกเบี้ยต่ำไปลงทุนในสินทรัพย์สกุลดอลลาร์และสินทรัพย์ดิจิทัล ในอดีตเมื่อธนาคารกลางญี่ปุ่นปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเหนือความคาดหมายของตลาดเมื่อเดือนกรกฎาคม–สิงหาคม 2024 เคยส่งผลให้เกิดการเร่งปิดสถานะกู้ยืมเงินเยนและสร้างแรงเทขายในตลาดคริปโตอย่างรุนแรง แต่สำหรับการปรับขึ้นสู่ระดับ 0.50% ได้มีการส่งสัญญาณสื่อสารกับตลาดล่วงหน้าอย่างชัดเจน จึงช่วยลดแรงกระแทกต่อสภาพคล่องในตลาดสินทรัพย์เสี่ยง
สำหรับทิศทางในระยะถัดไป ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่นระบุว่า การพิจารณาปรับเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มเติมจะขึ้นอยู่กับข้อมูลเศรษฐกิจ เงินเฟ้อพื้นฐาน และเสถียรภาพของตลาดการเงินโลกเป็นสำคัญ โดยนักลงทุนสามารถติดตามตารางการประชุมและเอกสารแถลงการณ์ฉบับเต็มได้โดยตรงที่เว็บไซต์ทางการของธนาคารกลางญี่ปุ่น