ราคา Bitcoin (BTC) ยังคงวนเวียนอยู่รอบระดับ $86,000 ในเช้าวันอังคาร ขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ทำสถิติสูงสุดใหม่พร้อมกันทั้งสามดัชนีหลัก โดยข้อมูลจาก TradingView ระบุว่า BTC/USD พยายามไต่กลับสู่แนวต้าน $87,000 หลังการทดสอบระดับดังกล่าวในวันจันทร์ไม่สำเร็จ ด้านตลาดหุ้น S&P 500 ปิดที่ 7,835 จุด, Nasdaq 100 ที่ 31,312 จุด และ Nasdaq Composite ที่ 27,683 จุด ซึ่งล้วนเป็น All-Time High ใหม่อีกครั้ง การเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลาง Ask Liquidity ที่หนาแน่นบริเวณแนวต้านบนของ Order Book บนแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนคริปโต ทำให้ราคา BTC ยังไม่สามารถทะลุผ่านโซน $87,000 ได้อย่างเด็ดขาด
หุ้นสหรัฐฯ ทำสถิติใหม่: Fed Rate Hike คือตัวแปรสำคัญ
The Kobeissi Letter ซึ่งเป็นแหล่งข้อมูลด้านการซื้อขายที่นักลงทุนสถาบันติดตามอย่างใกล้ชิด ระบุว่า S&P 500 เพิ่มมูลค่าสะสมถึง 24% หรือคิดเป็น $71.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯนับตั้งแต่ 30 มีนาคมที่ผ่านมา ตัวเลขนี้สะท้อนว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ กำลังอยู่ในช่วง Bull Run ที่แข็งแกร่งและต่อเนื่อง ในขณะเดียวกัน Mosaic Asset Company บริษัทวิจัยสินทรัพย์ได้ออกบทวิเคราะห์ล่าสุดโดยชี้ว่า ความคาดหวังที่ลดลงต่ออัตราดอกเบี้ยขาขึ้น (Rate Hike) จากธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ในช่วง Q4 2026 อาจกลายเป็นปัจจัยหนุนสำคัญที่ขับเคลื่อนตลาดให้ปรับตัวขึ้นอย่างยั่งยืน “มุมมองที่เปลี่ยนไปเกี่ยวกับ Fed และจังหวะการขึ้นดอกเบี้ยที่ช้าลงอาจกลายเป็นตัวเร่งสำหรับรอบขาขึ้นที่ยั่งยืน” Mosaic สรุปในรายงานที่เผยแพร่เมื่อวันอังคาร
อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของดัชนีหลักอาจไม่ได้สะท้อนภาพรวมตลาดทั้งหมด Mosaic Asset Company ระบุว่า Market Breadth ของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังคงอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 6 เดือน โดยมีเพียง 25% ของหุ้นใน S&P 500 ที่ซื้อขายเหนือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 50 วัน (50-day SMA) ในสัปดาห์ก่อนหน้า ซึ่งหมายความว่าแรงซื้อส่วนใหญ่มาจากกลุ่ม Tech Giants เพียงไม่กี่ตัวที่ขับเคลื่อนดัชนีขึ้น นักวิเคราะห์ของ Mosaic เปรียบเทียบว่า ภาวะ Oversold ของ Breadth แบบนี้เคยเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวในปีนี้ คือช่วงปลายมีนาคมที่ S&P 500 เคยร่วงใกล้โซน Correction และภาวะ Oversold ในครั้งนั้นเองที่จุดชนวน Reversal กลับขึ้น ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าสถานการณ์อาจซ้ำรอยอีกครั้ง
Correlation พุ่ง: Bitcoin กับ S&P 500 เดินเคียงกัน
ข้อมูล On-chain จาก CryptoQuant แพลตฟอร์มวิเคราะห์บล็อกเชนระดับสถาบัน เผยว่า Correlation ระหว่าง Bitcoin กับ S&P 500 ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 0.51 ณ วันที่ 2 ตุลาคม ซึ่งเป็นค่าสูงสุดนับตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนายน ตัวเลขนี้บ่งชี้ว่าเงินทุนสถาบันกำลังเคลื่อนย้ายระหว่างตลาดหุ้นและตลาดคริปโตอย่างใกล้ชิดมากขึ้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา แม้ค่า Correlation ที่ 0.51 ยังจัดอยู่ในระดับ “modest positive” หรือความสัมพันธ์เชิงบวกปานกลาง ไม่ได้หมายความว่าทั้งสองตลาดจะขยับไปในทิศทางเดียวกันทุกจังหวะ แต่การที่ค่านี้พุ่งขึ้นจากระดับปกติก็สะท้อนว่าแรงซื้อจากผู้เล่นระดับสถาบันกำลังไหลเข้าทั้งสองสินทรัพย์พร้อมกัน
ในฝั่ง Bitcoin โครงสร้าง Order Book บนแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการทะลุแนวต้าน Ask Liquidity ที่หนาแน่นบริเวณโซน $86,500–$87,000 ทำหน้าที่เป็นกำแพงสภาพคล่องที่ดูดซับแรงซื้อทุกครั้งที่ราคาพยายามไต่ขึ้น นักวิเคราะห์ตลาดคริปโตมองว่า การที่ BTC วนอยู่ใน Range แคบๆ รอบ $86,000 มาหลายวันเป็นสัญญาณของการสะสมพลัง (Accumulation) ก่อนที่ราคาจะเลือกทิศทางชัดเจน ซึ่งมักเกิดขึ้นเมื่อมี Catalyst ภายนอก เช่น การประกาศนโยบายดอกเบี้ยของ Fed หรือข้อมูลเศรษฐกิจมหภาคที่สำคัญ
สิ่งที่นักลงทุนและผู้เล่นระดับสถาบันให้ความสำคัญเป็นลำดับถัดไปคือ การติดตามว่า Market Breadth ของหุ้นสหรัฐฯ จะฟื้นตัวหรือไม่ หากสัดส่วนหุ้นที่เหนือ 50-day SMA ยังค้างอยู่ที่ 25% ต่อไป ความเสี่ยงที่ดัชนีหลักจะ Reversal ลงมาพร้อม Bitcoin ก็ยังอยู่ในระดับที่ต้องเฝ้าระวัง นอกจากนี้ กระแสเงินทุนไหลออก (Outflows) ของ BTC จาก Binance ที่แตะระดับสูงสุดตั้งแต่กลางปี 2023 ควบคู่กับการที่ Whale ฝาก Stablecoin เข้ามา ก็เป็นสัญญาณว่าผู้เล่นรายใหญ่กำลังปรับโครงสร้างพอร์ตก่อนการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ การจับตาทั้งฝั่ง On-chain Data และ Macro Calendar ของ Fed ในช่วง Q4 2026 จึงเป็นกุญแจสำคัญที่นักลงทุนสถาบันใช้ตัดสินใจจัดสรรสินทรัพย์ในพอร์ต