ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลเผชิญกับความผันผวนอย่างรุนแรงในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา โดยราคา Bitcoin ปรับตัวลดลงต่ำกว่าระดับ 81,000 ดอลลาร์ ส่งผลให้เกิดการล้างพอร์ต (Liquidations) ของนักลงทุนในตลาดคริปโตเคอร์เรนซีรวมมูลค่าสูงถึง 1.09 พันล้านดอลลาร์ ข้อมูลจาก CoinGlass ระบุว่านี่เป็นตัวเลขการล้างพอร์ตรายวันที่สูงที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 21 สิงหาคม โดยสถานะ Long ถูกกวาดล้างไปกว่า 1.05 พันล้านดอลลาร์ ท่ามกลางบรรยากาศการซื้อขายที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนก
แรงกดดันดังกล่าวส่วนหนึ่งมาจากความกังวลของนักลงทุนต่อรายงานการเคลื่อนย้าย Bitcoin จำนวนกว่า 12,000 BTC ที่เคยถูกรัฐบาลสหรัฐฯ ยึดไว้ ซึ่งสร้างความกังวลว่าจะมีการนำออกมาเทขายในตลาด แม้ว่าราคา Bitcoin จะมีการฟื้นตัวกลับมาเคลื่อนไหวบริเวณ 82,500 ดอลลาร์ในเวลาต่อมา แต่ระดับราคาดังกล่าวถือเป็นจุดสำคัญทางเทคนิคที่นักลงทุนต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินว่า Bitcoin จะสามารถรักษาฐานราคาเพื่อยืนยันแนวโน้มขาขึ้น (Bullish Reversal) ได้หรือไม่
ข้อมูล On-chain จาก CryptoQuant เผยให้เห็นถึงพฤติกรรมที่น่าสนใจของกลุ่มนักลงทุนระยะสั้น (Short-Term Holders) หรือกลุ่มที่ถือครองเหรียญไม่เกิน 6 เดือน โดยมีการโอนเหรียญจำนวน 55,600 BTC เข้าสู่กระดานเทรดในสภาวะที่ขาดทุน (Transactions at a loss) พฤติกรรมนี้สะท้อนถึงความต้องการที่จะออกจากตลาดอย่างรวดเร็วเนื่องจากความกลัวว่าราคาจะปรับตัวลดลงไปมากกว่านี้ ซึ่งถือเป็นสภาวะที่ตลาดมักจะเกิดการเทขายอย่างรุนแรงเพื่อลดความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุน
เมื่อเปรียบเทียบกับเหตุการณ์ในอดีต ปริมาณการโอนเหรียญเพื่อตัดขาดทุนในครั้งนี้สูงกว่าช่วงวันที่ 26 มิถุนายนอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าระดับราคา Bitcoin ในปัจจุบันจะสูงกว่าช่วงเวลาดังกล่าวถึง 36% ก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่าการที่นักลงทุนระยะสั้นยอมขายเหรียญในราคาที่ต่ำกว่าต้นทุนที่ซื้อมานั้น เป็นการสะท้อนถึงสภาวะ Capitulation ของกลุ่มนักลงทุนที่อ่อนแอ ซึ่งในเชิงโครงสร้างตลาดแล้ว การเทขายอย่างหนักหน่วงในลักษณะนี้มักจะเป็นปัจจัยที่ช่วยลดแรงกดดันและสร้างเงื่อนไขให้ตลาดเกิดการฟื้นตัวได้ในอนาคต
ผลกระทบต่อโครงสร้างตลาดและแนวโน้มในระยะถัดไป
ในมุมของการประเมินความเสี่ยงและโครงสร้างตลาด การที่ Bitcoin ไม่สามารถยืนเหนือระดับ 82,500 ดอลลาร์ในการทดสอบรอบล่าสุด ทำให้นักวิเคราะห์หลายฝ่ายเริ่มกังวลว่าราคาอาจกลับเข้าสู่ช่วง Macro Accumulation Range อีกครั้ง หากราคาปิดรายสัปดาห์ต่ำกว่าระดับดังกล่าว จะถือเป็นการยืนยันว่าแนวรับสำคัญได้เปลี่ยนสถานะเป็นแนวต้าน ซึ่งจะส่งผลต่อจิตวิทยาการลงทุนในระยะสั้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
นักลงทุนควรติดตามความเคลื่อนไหวของกระแสเงินทุนและพฤติกรรมของกลุ่มนักลงทุนระยะสั้นอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นตัวบ่งชี้สำคัญถึงความเชื่อมั่นในตลาด หากแรงเทขายเริ่มแผ่วลงและไม่มีการโอนเหรียญเข้า Exchange เพิ่มเติม อาจเป็นสัญญาณบวกที่บ่งบอกว่าตลาดได้ผ่านจุดต่ำสุดของรอบนี้ไปแล้ว อย่างไรก็ตาม ความผันผวนยังคงเป็นปัจจัยหลักที่ต้องระมัดระวัง โดยเฉพาะในสภาวะที่ตลาดมีการใช้ Leverage สูง ซึ่งอาจนำไปสู่การล้างพอร์ตซ้ำได้หากราคาเกิดการแกว่งตัวรุนแรงอีกครั้ง