Bitcoin (BTC) แสดงสัญญาณการฟื้นตัวที่แข็งแกร่งโดยสามารถกลับมายืนเหนือระดับ $82,600 ได้อีกครั้ง หลังจากที่ราคาเคยร่วงลงไปแตะจุดต่ำสุดที่ประมาณ $80,400 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนตลาดในครั้งนี้มาจากการที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ออกมาให้คำมั่นว่าจะไม่มีการโจมตีอิหร่านก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม ซึ่งช่วยลดความตึงเครียดในตลาดการเงินโลกและส่งผลให้แรงกดดันจากการล้างพอร์ต (Liquidation) พุ่งเป้าไปที่กลุ่มนักลงทุนฝั่งขาลง (Bearish traders) แทน
จากการวิเคราะห์ของ Alex Kuptsikevich หัวหน้านักวิเคราะห์ตลาดจาก FxPro ระบุว่าการร่วงลงของ Bitcoin เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาเป็นการทดสอบระดับแนวรับที่สำคัญอย่าง 50-day moving average ซึ่งเป็นอินดิเคเตอร์ที่นักลงทุนใช้ประเมินแนวโน้มในระยะกลาง โดยระดับราคานี้ทำหน้าที่เป็นแนวรับที่แข็งแกร่งมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคมและได้รับการยืนยันอีกครั้งในช่วงเดือนสิงหาคม การที่ราคาดีดตัวกลับจากระดับ $80,400 ได้อย่างรวดเร็วสะท้อนให้เห็นว่ายังมีแรงซื้อรอช้อนซื้อ (Buying interest) อยู่ในระดับที่หนาแน่นเมื่อราคาเกิดการย่อตัว
ในขณะเดียวกัน ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลอื่นๆ กลับมีความเคลื่อนไหวที่แตกต่างกัน โดย Ether (ETH) ปรับตัวลดลงประมาณ 2% มาอยู่ที่ระดับ $2,500 หลังจากที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการเทขายเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ซึ่งพบว่าการเดิมพันในฝั่ง Ether ถูกล้างพอร์ตไปในอัตราที่สูงกว่า Bitcoin ถึง 6 เท่าเมื่อเทียบกับมูลค่าตลาด ในขณะที่ Solana (SOL) เป็นเหรียญที่ปรับตัวลดลงมากที่สุดในกลุ่มเหรียญหลักโดยร่วงลงเกือบ 4% มาอยู่ที่ระดับ $110 ส่วนเหรียญอื่นๆ อย่าง XRP และ HYPE ยังคงไม่มีการเปลี่ยนแปลงของราคาอย่างมีนัยสำคัญ
ผลกระทบต่อตลาดการเงินและปัจจัยเสี่ยง
ในภาพรวมของตลาดการเงินโลก ดัชนี S&P 500 ฟิวเจอร์สปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยไม่ถึง 0.5% ขณะที่สัญญา Nasdaq 100 ปรับตัวเพิ่มขึ้นเกือบ 1% โดยได้รับแรงหนุนจากรายงานที่ว่า OpenAI คาดการณ์รายได้ต่อปีจะแตะระดับ 7 หมื่นล้านดอลลาร์ภายในสิ้นปีนี้ นอกจากนี้ ราคาน้ำมันดิบ Brent ยังปรับตัวลดลงต่ำกว่าระดับ $103 ต่อบาร์เรล ซึ่งช่วยลดความกังวลเรื่องเงินเฟ้อที่อาจเป็นปัจจัยกดดันให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้ง
นักลงทุนสถาบันและผู้เล่นในตลาดกำลังจับตาดูโครงสร้างของตลาดอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการเคลื่อนไหวของ Stablecoin ที่กำลังก้าวเข้าสู่ระบบการเงินที่มีการกำกับดูแลอย่างเต็มรูปแบบ โดยภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกกำลังกลายเป็นสมรภูมิสำคัญในการทดสอบกฎระเบียบและการใช้งานจริง ซึ่งรวมถึงบทบาทของเหรียญ RLUSD ในระบบนิเวศการเงินดิจิทัลยุคใหม่ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว
ในอีกด้านหนึ่ง นักวิเคราะห์ในอุตสาหกรรมชี้ให้เห็นว่า Bitcoin กำลังเผชิญกับแนวต้านสำคัญในระยะสั้นหลังจากที่ฟื้นตัวขึ้นมาได้ โดยมีระดับแนวรับสำคัญที่ต้องเฝ้าระวังคือ 50-week exponential moving average (EMA) ซึ่งอยู่ที่ประมาณ $78,000 หากราคาไม่สามารถรักษาฐานเหนือระดับนี้ได้ อาจนำไปสู่ความผันผวนรอบใหม่ ดังนั้นนักลงทุนควรติดตามสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์และท่าทีของนโยบายการเงินอย่างใกล้ชิดเพื่อประเมินความเสี่ยงในพอร์ตการลงทุนอย่างรอบคอบ