ตลาดออปชันของกองทุน iShares Bitcoin Trust หรือ IBIT ภายใต้การบริหารของ BlackRock กำลังส่งสัญญาณการซื้อขายที่ผ่อนคลายลงอย่างมีนัยสำคัญ หลังจากที่ราคา Bitcoin มีการฟื้นตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา โดยข้อมูลล่าสุดจาก Saxo Bank ระบุว่าค่าความผันผวนคาดการณ์ (Implied Volatility) ของ IBIT ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 37.4% ซึ่งถือเป็นระดับที่ค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับความเคลื่อนไหวจริงของราคาในช่วงก่อนหน้า ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนในตลาดอนุพันธ์เริ่มมองเห็นภาพรวมของตลาดที่มีความเสถียรมากขึ้น และไม่ได้คาดหวังว่าจะเกิดการแกว่งตัวของราคาที่รุนแรงในระยะสั้นเหมือนที่เคยเกิดขึ้นในช่วงการดีดตัวรอบล่าสุด สภาวะเช่นนี้มักบ่งชี้ถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนสถาบันที่เริ่มมองว่าตลาดได้ผ่านพ้นช่วงความผันผวนสูงสุดไปแล้ว
เมื่อพิจารณาเปรียบเทียบกับค่าความผันผวนที่เกิดขึ้นจริง (Realized Volatility) ในช่วง 20 วันทำการที่ผ่านมาซึ่งอยู่ที่ระดับ 45.5% จะเห็นได้ว่าตลาดออปชันกำลังประเมินสถานการณ์ในอนาคตว่าจะมีสภาวะที่สงบกว่าอดีตที่ผ่านมาอย่างชัดเจน Koen Hoorelbeke นักยุทธศาสตร์ด้านการลงทุนและออปชันจาก Saxo Bank ได้เปิดเผยรายงานเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาว่า อันดับความผันผวนคาดการณ์ (Implied Volatility Rank) ของ IBIT ในปัจจุบันอยู่ที่เพียง 11.9 เท่านั้น ซึ่งตัวเลขนี้เป็นการยืนยันว่าความคาดหวังเรื่องความผันผวนของราคากองทุน Bitcoin ETF ตัวนี้กำลังเคลื่อนไหวอยู่ใกล้กับจุดต่ำสุดของกรอบสถิติในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา การที่ค่าความผันผวนคาดการณ์ต่ำกว่าความผันผวนจริงอย่างมากแสดงให้เห็นว่าตลาดกำลังเข้าสู่ช่วงการปรับสมดุลใหม่ของราคา
เจาะลึกกลไกความผันผวนคาดการณ์และนัยสำคัญต่อตลาดสถาบัน
ในโลกของการลงทุนออปชัน ค่า Implied Volatility หรือ IV คือตัวแปรสำคัญที่สะท้อนถึงความคาดหวังของนักลงทุนต่อการแกว่งตัวของราคาสินทรัพย์ในอนาคต ซึ่งจะถูกคำนวณรวมเข้าไปในราคาของสัญญาออปชันโดยตรง เมื่อค่า IV ปรับตัวลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบปีเช่นนี้ หมายความว่าเบี้ยประกัน (Premium) ของออปชันจะมีราคาถูกลง เนื่องจากตลาดมองว่าความเสี่ยงที่จะเกิดการกระชากของราคาอย่างรุนแรงนั้นมีน้อยลง กลไกนี้มักจะเกิดขึ้นเมื่อตลาดเริ่มเข้าสู่ช่วงสะสมพลังหรือช่วงที่นักลงทุนสถาบันเริ่มมีความมั่นใจในทิศทางของราคามากขึ้นจนไม่ต้องเร่งรีบในการซื้อประกันความเสี่ยงผ่านสัญญา Put Options ในราคาที่แพงเกินไป นอกจากนี้ยังเป็นสัญญาณว่าแรงขายจากการตื่นตระหนกได้ลดน้อยลงไปอย่างมาก
การที่ค่าความผันผวนคาดการณ์ต่ำกว่าความผันผวนที่เกิดขึ้นจริงอย่างต่อเนื่อง ยังบ่งบอกถึงสภาวะตลาดที่นักลงทุนเริ่มปรับตัวเข้ากับระดับราคาใหม่ได้แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่ Bitcoin สามารถยืนระยะและฟื้นตัวกลับมาซื้อขายที่ระดับประมาณ 84,751 ดอลลาร์ได้สำเร็จ การเปรียบเทียบระหว่าง IV และ Realized Volatility นี้เป็นเครื่องมือสำคัญที่นักเทรดมืออาชีพใช้เพื่อประเมินว่าราคาออปชันในขณะนั้นถูกหรือแพงเกินไป ซึ่งในบริบทปัจจุบันถือเป็นโอกาสสำหรับผู้ที่ต้องการใช้กลยุทธ์ป้องกันความเสี่ยงด้วยต้นทุนที่ต่ำลงเมื่อเทียบกับช่วงที่ตลาดมีความตื่นตระหนกสูง การลดลงของ IV ยังช่วยให้นักลงทุนสามารถวางแผนกลยุทธ์การเทรดที่มีความซับซ้อนได้มากขึ้นโดยมีต้นทุนที่คาดการณ์ได้แน่นอนกว่าเดิม
วิเคราะห์แนวรับแนวต้านและผลกระทบต่อกระแสเงินทุนในอนาคต
แม้ว่าตลาดออปชันจะดูสงบลง แต่ในเชิงเทคนิคแล้ว Bitcoin ยังคงมีด่านสำคัญที่ต้องฝ่าฟันไปให้ได้ โดย Hoorelbeke ได้ระบุถึงแนวต้านสำคัญที่ระดับ 87,000 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นจุดที่แรงส่งของราคาเริ่มชะลอตัวลงเมื่อวันที่ 21 กันยายนที่ผ่านมา ในขณะที่ฝั่งแนวรับสำคัญถูกประเมินไว้ในช่วงระหว่าง 76,000 ถึง 77,000 ดอลลาร์ หากราคาสามารถรักษาระดับเหนือแนวรับนี้ไว้ได้และค่อยๆ ไต่ระดับขึ้นไปทดสอบแนวต้านเดิม จะเป็นการยืนยันโครงสร้างราคาขาขึ้นที่แข็งแกร่งและสอดคล้องกับสภาวะความผันผวนที่ลดลง ซึ่งเป็นลักษณะที่นักลงทุนสถาบันชื่นชอบมากกว่าการพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงแต่ขาดเสถียรภาพ การเคลื่อนไหวในกรอบราคาที่ชัดเจนเช่นนี้ช่วยให้นักลงทุนรายใหญ่สามารถบริหารจัดการพอร์ตการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับแนวโน้มในระยะถัดไป นักลงทุนควรจับตากระแสเงินทุนไหลเข้าสุทธิ (Net Inflows) ในกองทุน Spot Bitcoin ETF อย่างใกล้ชิด โดยล่าสุดพบว่าเม็ดเงินเริ่มมีการชะลอตัวลงมาอยู่ที่ประมาณ 191 ล้านดอลลาร์ หลังจากที่มีการไหลเข้าต่อเนื่องยาวนานถึง 6 วันรวมมูลค่ากว่า 2.8 พันล้านดอลลาร์ การลดลงของความผันผวนในตลาดออปชัน IBIT อาจเป็นสัญญาณนำร่องว่าตลาดกำลังเข้าสู่ช่วงการพักฐานเพื่อเลือกข้างครั้งใหม่ ซึ่งหากไม่มีปัจจัยลบจากเศรษฐกิจมหภาคเข้ามาแทรกแซง สภาวะตลาดที่สงบลงนี้อาจเป็นฐานที่มั่นสำคัญในการผลักดันราคา Bitcoin ให้ทำจุดสูงสุดใหม่ได้ในอนาคตอันใกล้ การที่ตลาดออปชันส่งสัญญาณสงบลงท่ามกลางการฟื้นตัวของราคาจึงถือเป็นสัญญาณเชิงบวกที่สะท้อนถึงวุฒิภาวะของตลาดคริปโตเคอร์เรนซีที่เพิ่มมากขึ้น