ตลาด Bitcoin กำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งสำคัญหลังจากที่โมเมนตัมขาขึ้นเริ่มชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัด โดยข้อมูลจาก Glassnode ระบุว่าในช่วง 30 วันจนถึงวันที่ 5 ตุลาคมที่ผ่านมา แม้จะมีเม็ดเงินไหลเข้าสู่ระบบผ่านการเพิ่มขึ้นของ Realized Cap สูงถึงเกือบ 5 พันล้านดอลลาร์ แต่เม็ดเงินส่วนใหญ่กลับไม่ได้มาจากนักลงทุนหน้าใหม่ที่เพิ่งเข้าสู่ตลาด
การวิเคราะห์เชิงลึกพบว่ากระแสเงินทุนที่เกิดขึ้นเป็นการหมุนเวียนของนักลงทุนรายเดิมที่ปรับเปลี่ยนสถานะการถือครองมากกว่าจะเป็นการดึงดูดเม็ดเงินใหม่ (Fresh Capital) เข้ามาในระบบนิเวศอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าความต้องการซื้อจากผู้เล่นใหม่ในตลาดปัจจุบันยังคงอยู่ในระดับที่จำกัด
ในขณะเดียวกัน ราคาของ Bitcoin ได้ปรับตัวลดลงหลุดระดับ 84,000 ดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นระดับต้นทุนสำคัญ (Cost-Basis) ที่ใหญ่ที่สุดของตลาดในขณะนี้ โดยราคาได้ปรับตัวลงสองระลอกทั้งในช่วงการซื้อขายของตลาดเอเชียและช่วงเปิดตลาดสหรัฐฯ ส่งผลให้เกิดแรงกดดันต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนในระยะสั้น
ผลกระทบต่อโครงสร้างตลาดและแนวโน้มราคา
การที่ราคาไม่สามารถยืนเหนือระดับ 84,000 ดอลลาร์ได้นั้น ส่งผลโดยตรงต่อภาพรวมของตลาด เนื่องจากระดับราคานี้เป็นจุดรวมของต้นทุนการถือครองที่สำคัญ หากราคาไม่สามารถฟื้นตัวกลับขึ้นไปได้เร็ว อาจนำไปสู่การปรับฐานที่ลึกขึ้นเนื่องจากนักลงทุนที่ติดดอยในระดับราคานี้อาจเริ่มพิจารณาเทขายเพื่อจำกัดความเสี่ยง
เมื่อเปรียบเทียบกับสภาวะตลาดโดยรวม พบว่าเหรียญชั้นนำส่วนใหญ่ในตลาดคริปโตเคอร์เรนซีก็เผชิญกับแรงกดดันเช่นเดียวกัน โดยมีเพียงไม่กี่เหรียญจาก 125 อันดับแรกเท่านั้นที่สามารถปรับตัวขึ้นได้ในสภาวะที่ Bitcoin ยังคงไร้ทิศทางที่ชัดเจน ซึ่งตอกย้ำถึงภาวะตลาดที่ขาดปัจจัยหนุนใหม่ๆ ในการขับเคลื่อนราคา
ในมุมของการประเมินความเสี่ยงและโครงสร้างตลาด นักลงทุนควรจับตาดูระดับ Funding Rate ในตลาดสัญญาฟิวเจอร์สอย่างใกล้ชิด เนื่องจากปัจจุบันอัตราดังกล่าวทรงตัวอยู่ใกล้ระดับศูนย์ในหลายกระดานเทรดหลัก ซึ่งบ่งชี้ว่าตลาดกำลังอยู่ในภาวะชะงักงันและรอคอยปัจจัยกระตุ้นใหม่ที่จะเข้ามาเปลี่ยนทิศทางของกระแสเงินทุนให้กลับมาเป็นบวกอีกครั้ง