Mysten Labs ผู้พัฒนา Sui ประกาศอย่างเป็นทางการว่า Hashi เครือข่าย Bitcoin Finance บน Sui จะเริ่มเปิดใช้งานแบบ Phased Rollout ในเดือนตุลาคมนี้ พร้อมเม็ดเงินลงทุนจากพันธมิตรเปิดตัว (Launch Partners) กว่า $500M การประกาศดังกล่าวมาจาก Sui Foundation เมื่อวันพฤหัสบดี โดยระบุชัดเจนว่า Hashi ใช้ Bitcoin (BTC) เป็น Collateral ในแอปพลิเคชันบน Sui ผ่านการ Mint เหรียญ hBTC ต่อจาก BTC ที่ผู้ใช้งานฝากเข้ามา ซึ่งถือเป็นก้าวแรกอย่างเป็นทางการของระบบนิเวศ Sui ในการดึงเม็ดเงินสถาบันเข้าสู่ On-chain Finance
กลไกการทำงานของ Hashi ค่อนข้างตรงไปตรงมาและออกแบบมาเพื่อลด Friction สำหรับผู้ถือ BTC — เมื่อผู้ใช้งานนำ BTC มาฝาก ระบบจะ Mint hBTC บน Sui ให้ในสัดส่วนที่กำหนด ซึ่ง hBTC นี้สามารถนำไปใช้เป็น Collateral ในผลิตภัณฑ์การเงินหลากหลายรูปแบบ ได้แก่ Lending, Borrowing, Credit, Vaults และ Structured Products และเมื่อผู้ใช้งานต้องการถอนออก ระบบจะ Burn hBTC และคืน BTC ต้นทางกลับสู่เครือข่าย Bitcoin โดยตรง โดยไม่ผ่าน Intermediary ใดเพิ่มเติม
กองทัพพันธมิตรเปิดตัวของ Hashi ประกอบด้วยบริษัทมากกว่า 20 ราย ครอบคลุมทั้ง Custodian, Exchange และผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐาน ได้แก่ BitGo, Bullish, Cumberland, FalconX และ Ledger ขณะที่ Aftermath, Concrete และ Fluid เป็นผู้ที่คาดว่าจะดำเนินการจัดการ Hashi Vaults โดยเฉพาะ ด้าน Anchorage Digital เข้าร่วมในฐานะ Launch Partner โดยนำเสนอ Settlement Infrastructure และ Self-Custody Wallet สำหรับลูกค้าสถาบัน รวมถึงแผนการให้ Stablecoin Liquidity แก่ Hashi ด้วย Nathan McCauley CEO และผู้ร่วมก่อตั้ง Anchorage Digital ระบุว่า ‘บริษัทจดทะเบียนและสถาบันถือ Bitcoin ในปริมาณมหาศาล แต่ความสามารถในการใช้เม็ดเงินเหล่านั้นถูกจำกัดด้วยเทคโนโลยีที่มีอยู่และข้อจำกัดของวงการ DeFi’
โครงสร้าง Bitcoin DeFi กำลังเปลี่ยนเกม
การเปิดตัวของ Hashi ถือเป็นก้าวสำคัญในการเชื่อมโลก Bitcoin กับระบบนิเวศ DeFi บน Layer-1 อื่นๆ อย่าง Sui ซึ่งก่อนหน้านี้ BTC ส่วนใหญ่ถูกกักขังอยู่ในเครือข่ายของตัวเองหรือถูก Wrap ผ่าน Bridge แบบเดิมๆ ที่มีความเสี่ยงด้าน Security สูง การมี Institutional-Grade Infrastructure จาก Anchorage และพันธมิตรระดับ Top-Tier ช่วยลด Friction สำหรับสถาบันที่ต้องการใช้ BTC เป็น Collateral โดยไม่ต้องขายออกหรือโอนข้ามเครือข่าย ซึ่งนักวิเคราะห์ประเมินว่าโมเดลนี้สามารถปลดล็อกสภาพคล่องที่ ‘นอนนิ่ง’ ใน Cold Wallet ของสถาบันได้มหาศาล
ในเชิง Ecosystem การเคลื่อนไหวนี้สอดคล้องกับกระแสที่ Sui กำลังขยายตัวในฐานะ Layer-1 สำหรับสถาบัน — ล่าสุด Samsung Wallet เตรียมเพิ่ม USDC บน Sui ในปลายเดือนตุลาคม โดยมี Bastion และ Coinbase เป็นผู้ดูแล Custody และรองรับการโอนไปยังบัญชีธนาคารในกว่า 60 ประเทศ การที่ทั้ง Bitcoin Finance และ Stablecoin Infrastructure เข้ามาอยู่บน Sui พร้อมกัน บ่งชี้ว่า Sui กำลัง Position ตัวเองเป็น Hub สำหรับ Institutional On-chain Finance อย่างจริงจัง และอาจดึงดูดเม็ดเงินจากสถาบันที่มองหา Alternative Layer-1 นอกเหนือจาก Ethereum
ในมุมของการประเมินความเสี่ยงและโครงสร้างตลาด นักลงทุนควรจับตาว่า Phased Rollout ในเดือนตุลาคมจะเปิดใช้งานเต็มรูปแบบเมื่อใด และผลิตภัณฑ์จาก Third-Party ที่สร้างบน Hashi Infrastructure จะมีความหลากหลายและสภาพคล่องเพียงพอหรือไม่ นอกจากนี้ การที่ BTC ถูก Wrap เป็น hBTC บน Sui หมายความว่าผู้ใช้งานต้องพึ่งพาความน่าเชื่อถือของ Smart Contract และ Custodian ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งแม้จะมีพันธมิตรระดับสถาบันรองรับ แต่ความเสี่ยงด้าน Smart Contract Risk และ Regulatory Uncertainty ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดก่อนตัดสินใจจัดสรรพอร์ต