โปรโตคอลแลกเปลี่ยนสภาพคล่องข้ามบล็อกเชนแบบไร้ศูนย์กลางอย่าง THORChain ได้ออกมาปฏิเสธข้อเรียกร้องของ เกรซี เฉิน (Gracy Chen) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของกระดานเทรด Bitget ที่ต้องการให้ทางโปรโตคอลสั่งระงับหรือขึ้นบัญชีดำ (Blacklist) ที่อยู่กระเป๋าเงินซึ่งเชื่อมโยงกับเหตุการณ์แฮกสินทรัพย์บนแพลตฟอร์ม Bitget โดยทาง THORChain ได้อ้างอิงถึงหลักการออกแบบระบบแบบไร้ตัวกลางที่เปิดกว้างสำหรับทุกคน (Permissionless Design) ขณะที่กระเป๋าเงินซึ่งถูกขึ้นธงเตือนโดย Bitget ยังคงดำเนินการแลกเปลี่ยนเหรียญ XRP เป็น Bitcoin ผ่านเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง
จากข้อมูลการตรวจสอบธุรกรรมบนบล็อกเชนพบว่า เมื่อเวลา 03:14 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ ของวันที่ 27 กันยายน ได้มีธุรกรรมโอนเหรียญจำนวน 9,999 XRP จากที่อยู่กระเป๋าเงินที่อยู่ในรายชื่อเฝ้าระวังของ Bitget เข้าสู่ระบบของ THORChain เพื่อทำการสวอป (Swap) เปลี่ยนเป็นเหรียญ Bitcoin ได้สำเร็จ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นต่อเนื่องหลังจากที่ก่อนหน้านี้ผู้โจมตีได้ทยอยย้ายเหรียญ XRP ที่ขโมยมาได้รวมกว่า 54 ล้านเหรียญ คิดเป็นมูลค่าราว 83 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ออกจากกระเป๋าต้นทางโดยที่บริษัทผู้ออกเหรียญอย่าง Ripple ไม่สามารถสั่งอายัดได้เนื่องจากโครงสร้างของเครือข่าย XRP Ledger
ปะทะทางความคิดระหว่างหลักการไร้ตัวกลางของ DeFi กับการสกัดกั้นอาชญากรรมไซเบอร์
การปฏิเสธคำขอในการบล็อกกระเป๋าแฮกเกอร์ของ THORChain ได้จุดชนวนให้เกิดการถกเถียงอย่างเผ็ดร้อนในหมู่ผู้นำอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล โดยทางทีมงานและผู้สนับสนุนของ THORChain ได้เปรียบเทียบการทำงานของโปรโตคอลตนเองว่ามีความเป็นกลางทางเทคโนโลยีเทียบเท่ากับเครือข่าย Bitcoin ที่ผู้ตรวจสอบธุรกรรม (Validators) มีหน้าที่เพียงประมวลผลคำสั่งตามกฎฉันทามติของโค้ดโดยไม่ตรวจสอบตัวตนหรือคัดกรองที่มาของเหรียญ
ในอีกด้านหนึ่ง สตาร์ ซู (Star Xu) ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของกระดานเทรดยักษ์ใหญ่อย่าง OKX ได้ออกมาท้าทายและโต้แย้งการที่ THORChain นำตนเองไปเปรียบเทียบกับเครือข่าย Bitcoin โดยชี้ให้เห็นว่าผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินไม่ควรเพิกเฉยต่อการปฏิบัติตามเกณฑ์ป้องกันการฟอกเงินและการสกัดกั้นเงินทุนที่ได้มาจากการโจรกรรมทางไซเบอร์ ข้อโต้แย้งดังกล่าวสะท้อนถึงแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นต่อโปรโตคอล DeFi ข้ามเชน ซึ่งมักถูกกลุ่มแฮกเกอร์ใช้เป็นช่องทางหลักในการแปลงเหรียญที่ขโมยมาไปเป็นสินทรัพย์หลักอย่าง Bitcoin หรือ Ether
ผลกระทบต่อโปรโตคอล Cross-Chain และความเสี่ยงด้านกฎระเบียบที่ต้องจับตา
ความขัดแย้งระหว่างกระดานเทรดแบบรวมศูนย์ (CEX) อย่าง Bitget และ OKX กับโปรโตคอลแบบไร้ศูนย์กลางอย่าง THORChain แสดงให้เห็นถึงรอยร้าวเชิงโครงสร้างในระบบนิเวศคริปโตยุคปัจจุบัน ในขณะที่แพลตฟอร์มรวมศูนย์ต้องปฏิบัติตามกฎหมายกำกับดูแลและมาตรการคว่ำบาตรทางการเงินอย่างเคร่งครัดเพื่อรักษาใบอนุญาตในการดำเนินธุรกิจ โปรโตคอลแลกเปลี่ยนข้ามเชนกลับชูจุดขายด้านการต้านทานการเซ็นเซอร์ (Censorship Resistance) เป็นหัวใจสำคัญในการดึงดูดสภาพคล่อง
สำหรับการประเมินความเสี่ยงในระยะถัดไป นักวิเคราะห์ด้านกฎหมายและการกำกับดูแลเตือนว่า การที่โปรโตคอลข้ามเชนปฏิเสธการติดตั้งระบบคัดกรองที่อยู่กระเป๋าเงินที่เกี่ยวข้องกับการแฮกมูลค่าหลายสิบล้านดอลลาร์ อาจดึงดูดให้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายระดับสหพันธรัฐและหน่วยงานกำกับดูแลระหว่างประเทศเข้ามาตรวจสอบผู้ดูแลโหนดและผู้พัฒนาส่วนหน้าของเว็บไซต์ (Frontend Operators) อย่างเข้มงวดยิ่งขึ้น นักลงทุนและผู้จัดหาสภาพคล่อง (Liquidity Providers) บนโปรโตคอลข้ามเชนจึงควรติดตามท่าทีของหน่วยงานกำกับดูแลต่อกรณีพิพาทครั้งนี้อย่างใกล้ชิด