ความเคลื่อนไหวล่าสุดในคดีการโจมตีแพลตฟอร์ม Bitget มูลค่ามหาศาลกว่า 387.5 ล้านดอลลาร์เริ่มมีความซับซ้อนมากขึ้น เมื่อมีการตรวจพบว่าแฮกเกอร์ได้ย้ายเหรียญ Zcash (ZEC) มูลค่าประมาณ 3.9 ล้านดอลลาร์เข้าสู่ระบบการชำระเงินแบบส่วนตัวของเครือข่าย ข้อมูลจากบันทึกธุรกรรมบนบล็อกเชนระบุว่ามีการโอนเหรียญจำนวน 2,746 ZEC เข้าสู่ Ironwood ซึ่งเป็น Shielded Pool ล่าสุดของ Zcash ผ่านการทำธุรกรรม 3 ครั้งในช่วงเวลาสั้นๆ ระหว่าง 08:15 ถึง 08:46 น. ตามเวลา UTC เมื่อวันพุธที่ผ่านมา
นักวิจัยบล็อกเชนชื่อดังอย่าง ZachXBT เป็นผู้ตรวจพบความเคลื่อนไหวที่น่าสงสัยนี้เป็นคนแรก โดยระบุว่าเงินจำนวนดังกล่าวถูกส่งผ่านกระเป๋าเงินตัวกลางสองแห่ง ซึ่งได้รับเงินทุนมาจากกระเป๋าเงินที่ Bitget ระบุว่าเป็นของแฮกเกอร์ ทั้งนี้กระเป๋าเงินดังกล่าวได้รับเหรียญ ZEC รวมทั้งสิ้นเกือบ 18,917 ZEC ในช่วงเหตุการณ์การโจมตีเมื่อวันที่ 24 กันยายนที่ผ่านมา การย้ายเหรียญเข้าสู่ระบบส่วนตัวในครั้งนี้ถือเป็นสัดส่วนประมาณ 15% ของจำนวน ZEC ทั้งหมดที่ถูกขโมยไป ซึ่งสร้างอุปสรรคสำคัญให้กับทีมสืบสวนที่กำลังพยายามติดตามและอายัดสินทรัพย์คืน
กลไกของ Zcash ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกทำธุรกรรมได้ทั้งแบบสาธารณะและแบบส่วนตัว โดยในระบบ Ironwood ข้อมูลสำคัญอย่างที่อยู่ผู้ส่ง ที่อยู่ผู้รับ และจำนวนเงินจะถูกปกปิดไว้ภายใต้ระบบการเข้ารหัส แม้ว่านักสืบสวนจะสามารถมองเห็นจำนวนเงินที่ไหลเข้าสู่พูลได้ แต่การติดตามธุรกรรมภายในนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้หากไม่มีการเปิดเผยข้อมูลจากฝั่งผู้ใช้งานเอง อย่างไรก็ตาม หากมีการโอนเหรียญออกจากพูลกลับไปยังที่อยู่สาธารณะ ข้อมูลจำนวนเงินจะกลับมาปรากฏให้เห็นอีกครั้ง ซึ่งนักวิเคราะห์อาจใช้ข้อมูลเมทาดาตา เช่น เวลาและจำนวนเงินในการวิเคราะห์เปรียบเทียบจุดเข้าและจุดออกเพื่อหาความเชื่อมโยงได้
ผลกระทบต่อความปลอดภัยและทิศทางการติดตามสินทรัพย์ดิจิทัล
เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายในโลกการเงินดิจิทัล เมื่อเทคโนโลยีที่เน้นความเป็นส่วนตัวถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการฟอกเงินหรืออำพรางร่องรอยอาชญากรรมทางไซเบอร์ การที่แฮกเกอร์เลือกใช้ Zcash หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีการเคลื่อนไหวผ่าน THORChain ในการสลับเหรียญ Ether เป็น Bitcoin แสดงให้เห็นถึงกลยุทธ์การกระจายความเสี่ยงและเพิ่มความซับซ้อนในการติดตามข้ามเครือข่าย ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเชื่อมั่นในระบบนิเวศคริปโตและสร้างภาระงานที่หนักหน่วงให้กับหน่วยงานกำกับดูแลและแพลตฟอร์มที่ได้รับความเสียหาย
ในมุมมองของนักวิเคราะห์อุตสาหกรรม การใช้เครื่องมืออย่าง Shielded Pool ไม่ได้เป็นเพียงการปกปิดข้อมูล แต่ยังเป็นการทดสอบขีดความสามารถของเครื่องมือตรวจสอบบล็อกเชนในปัจจุบันว่าสามารถรับมือกับเทคโนโลยี Zero-Knowledge Proof ได้ดีเพียงใด การที่แพลตฟอร์มอย่าง THORChain ปฏิเสธคำขออายัดเงินของแฮกเกอร์ในอดีต ยิ่งตอกย้ำให้เห็นว่าการกู้คืนสินทรัพย์ในโลกไร้ตัวกลางนั้นมีความยากลำบากเพียงใด และเป็นบทเรียนสำคัญให้กับกระดานเทรดในการยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยเชิงรุก
สำหรับทิศทางที่ต้องจับตาต่อจากนี้ คือความพยายามของ Bitget ในการประสานงานกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายและผู้ให้บริการเครือข่ายเพื่อหาช่องทางในการระงับการทำธุรกรรมหรือติดตามปลายทางของเงินที่ถูกย้ายออกไป นักลงทุนควรระมัดระวังความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นหากมีการเทขายสินทรัพย์ที่ถูกขโมยออกมาในตลาดรอง รวมถึงติดตามความคืบหน้าของคดีความซึ่งจะเป็นบรรทัดฐานสำคัญในการจัดการกับอาชญากรรมบนบล็อกเชนในอนาคต